ผ่าตัดข้อเข่าเทียมด้วยการจัดแนวข้อเข่าตามธรรมชาติ
เมื่อข้อเข่าเสื่อมกลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต การผ่าตัดข้อเข่าเทียมจึงเป็นทางเลือกที่หลายคนพิจารณา

เมื่ออาการปวดเข่าจากโรคข้อเข่าเสื่อมรุนแรงขึ้นจนทุกย่างก้าวกลายเป็นความทรมาน การทำกิจกรรมที่เคยรักต้องหยุดชะงัก และการใช้ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยข้อจำกัด กาผ่าตัดข้อเข่าเทียม อาจกลายเป็นทางเลือกสำคัญที่จะช่วยขจัดความเจ็บปวดและคืนการเคลื่อนไหวที่มั่นคงให้กลับมาอีกครั้ง
การผ่าตัดข้อเข่าเทียม หรือการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนพื้นผิวข้อเข่าที่สึกหรอด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น โลหะ พลาสติก หรือเซรามิก โดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดจะประสบความสำเร็จและช่วยลดอาการปวด ทั้งยังปรับปรุงการทำงานของข้อเข่า อย่างไรก็ตาม แม้การรักษานี้จะช่วยให้ข้อเข่าทำงานได้ดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่นเดียวกับการผ่าตัดรูปแบบอื่น ๆ
การติดตามอาการหลังผ่าตัดข้อเข่าเทียมเป็นสิ่งสำคัญ แม้จะไม่มีอาการเจ็บปวด แต่ผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อที่ข้อเข่าเทียม หรือตรวจพบความผิดปกติของข้อเข่าเทียมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ดังนั้น การตรวจติดตามอาการตามคำแนะนำของแพทย์จึงจำเป็นต่อการดูแลข้อเข่าในระยะยาว
เหตุผลหลักที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดข้อเข่าเทียมคือ ความเจ็บปวดรุนแรงและเรื้อรังที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จนไม่สามารถทำกิจกรรมพื้นฐาน เช่น การเดิน การขึ้นลงบันได หรือแม้แต่การลุกจากเก้าอี้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดเมื่อการรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด หรือการฉีดยาเข้าข้อไม่ได้ผล
เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ผู้ป่วยจะต้องผ่านขั้นตอนการเตรียมตัวดังนี้
ในวันผ่าตัดวิสัญญีแพทย์จะให้ยาระงับความรู้สึกเพื่อให้ผู้ป่วยไม่เจ็บปวดระหว่างการผ่าตัด ซึ่งอาจเป็น
ในระหว่างการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
หลังเสร็จสิ้นการผ่าตัด ผู้ป่วยจะถูกย้ายไปยังห้องพักฟื้นเพื่อให้ทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อเฝ้าดูอาการจนกว่าจะฟื้นจากยาสลบ
ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมแล้วควรระมัดระวัง ดังนี้
การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม เป็นวิธีการรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมที่มีประสิทธิภาพ ช่วยบรรเทาอาการปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อเข่า แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งอาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม เพื่อสังเกตุตนเองและเข้าพบแพทย์หากมีอาการ ดังนี้
การผ่าตัดแก้ไขการติดเชื้อหลังเปลี่ยนข้อเข่าเทียม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ และสภาพของข้อเข่าเทียม
หากสงสัยว่า อาจจะมีอาการติดเชื้อจากภาพถ่ายเอกซเรย์, ผลการตรวจเลือด, ผลการตรวจน้ำในข้อเข่าทางห้องปฏิบัติการ แต่ข้อเข่าเทียมยังไม่หลวมหรือมีการเปลี่ยนตำแหน่งของข้อเข่าเทียม กรณีนี้แพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดผิวข้อเข่า และล้างทำความสะอาดข้อเข่า จากนั้นจึงให้ยาปฏิชีวนะต่อประมาณ 2-4 สัปดาห์
หากพบว่า มีการติดเชื้อ โดยมีผลตรวจเลือดและผลตรวจน้ำข้อเข่าว่ามีลักษณะการติดเชื้อร่วมกับมีการหลวมหรือเปลี่ยนตำแหน่งของข้อเข่าเทียมจากภาพเอกซเรย์ แพทย์จะต้องทำการผ่าตัดล้างอาการติดเชื้อ เช่น หนองและเนื้อเยื่อที่มีการอักเสบออก จากนั้นนำเอาข้อเข่าเทียมที่ใส่ครั้งแรกออกทั้งหมด และใส่ตัวชั่วคราว (Antibiotic Cement Spacer) ซึ่งมีทั้งแบบเคลื่อนไหวข้อเข่าได้ และแบบที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวข้อเข่าได้ หลังจากนั้นให้ยาปฏิชีวนะต่อประมาณ 4-6 สัปดาห์ และแพทย์จะตรวจดูว่า ผลเลือดที่เราติดตามการติดเชื้อมีค่าลดลงสู่ภาวะปกติหรือยัง จึงจะทำการผ่าตัดอีกครั้งเพื่อใส่ข้อเข่าเทียมใหม่เข้าไป
อย่างไรก็ตาม ต้องรักษาการติดเชื้อให้หายสนิทก่อนเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดปัญหาจากการติดเชื้อของข้อเข่าเทียม ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง ดังนั้น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวที่ดี ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และเข้ารับการตรวจติดตามอาการตามที่นัดหมายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของผู้ป่วยในระยะยาว
สำหรับระยะการพักฟื้นหลังการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมในกรณีที่ไม่มีการติดเชื้อ ผู้ป่วยสามารถลุกยืนและเดินได้ภายใน 12 ชั่วโมง และใช้งานข้อเข่าได้ใกล้เคียงธรรมชาติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย
การฟื้นตัวเต็มที่หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอาจใช้เวลาประมาณ 6 เดือน แต่โดยทั่วไป สามารถกลับไปทำกิจกรรมได้ภายใน 6 สัปดาห์ ซึ่งระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ สุขภาพโดยรวม และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด โดยมีขั้นตอนสำคัญที่ควรปฏิบัติดังนี้
สำหรับการกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ แพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละรายที่จะสามารถกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องพักฟื้นที่บ้านเป็นเวลาหลายสัปดาห์
โดยทั่วไปแพทย์จะกำหนดตารางเวลาเพื่อติดตามอาการดังนี้
สำหรับผู้ป่วยที่กำลังเตรียมเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม ควรมีการประเมินและเตรียมความพร้อมของร่างกาย เช่น การรักษาและควบคุมโรคประจำตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัด นอกจากนี้ควรพิจารณาอุปกรณ์ข้อเข่าเทียมที่ได้มาตรฐานและอยู่ภายใต้การดูแลโดยศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน
สำหรับผู้ที่มีปัญหาเข่าเสื่อม สามารถปรึกษาได้ที่ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า ชั้น 1 อาคาร King of Bones โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล เรามีทีมแพทย์ชำนาญการ พร้อมให้การตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคข้อสะโพกและข้อเข่าเสื่อม ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายแพทย์ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า โทร. 02-734-0000 ต่อ 2222
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ - การผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม