ผู้ป่วยมะเร็งตับส่วนใหญ่ที่เป็นระยะเริ่มแรกมักจะไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน ส่วนอาการที่สามารถพบได้และเข้าข่ายน่าสงสัย เช่น ปวดจุกแน่นท้อง รับประทานอาหารแล้วอิ่มเร็ว อ่อนเพลียง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หากมีอาการตัว ตาเหลือง ท้องมานร่วมด้วย ส่วนใหญ่มักจะเป็นมากแล้ว สำหรับการวินิจฉัยนั้น แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติมโดยการทำอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือการตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ของช่องท้อง ร่วมกับการตรวจเลือดหรือทำการเจาะตรวจชิ้นเนื้อก้อนในตับ

ขั้นตอนการตรวจหามะเร็งตับ

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย
  2. ตรวจเลือด ดูค่าการทำงานของตับและค่ามะเร็งตับรวมถึงไวรัสตับอักเสบบีและซี
  3. ตรวจด้วยเครื่องอัลตร้าซาวน์ เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI)

การป้องกันมะเร็งท่อน้ำดีและมะเร็งตับสามารถทำได้โดย

  1. หลีกเลี่ยงการรับประทานสัตว์น้ำจืดสุกๆดิบๆ หากต้องการรับประทานปลาร้า ควรจะเป็นปลาร้าต้มสุก
  2. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อยๆ
  3. มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยเนื่องจากไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งเฮปปาโตม่า(Hepatoma) สามารถติดต่อทางเลือดและเพศสัมพันธ์

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
โทร. 0-2734-0000 ต่อ 2960

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (4 )
  • Your Rating