คีโม หรือ เคมีบำบัด (Chemotherapy) เป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งที่สำคัญวิธีการหนึ่ง  โดยการให้ยาที่ออกฤกธิ์ต้าน ชะลอ หรือทำลายเซลล์มะเร็ง ซึ่งเป้าหมายสำคัญคือเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเร็ว กลไกการออกฤทธิ์ของเคมีบำบัด คือการยับยั้งขั้นตอนต่าง ๆ ของการแบ่งเซลล์ เมื่อแบ่งเซลล์ไม่ได้ เซลล์มะเร็งก็ไม่สามารถโตต่อได้

วิธีการให้เคมีบำบัด

การเลือกสูตรยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยอาจได้รับยาเคมีบำบัดเพียงชนิดเดียวหรือหลายชนิดร่วมกัน โดยแพทย์จะพิจารณาจากหลายปัจจัย อาทิ ชนิดของมะเร็ง ระยะของมะเร็ง สุขภาพของผู้ป่วย ประวัติการรักษา ฯลฯ

ปัจจุบันการบริหารยาเคมีบำบัด สามารถให้ได้ในรูปแบบรับประทาน และรูปแบบฉีด ขึ้นอยู่กับสูตรของยา โดยปกติจะให้เป็นรอบ ๆ แต่ละรอบมีระยะที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปจะห่างกันประมาณ 2-6 สัปดาห์ ซึ่งผู้ป่วยควรมารับเคมีบำบัดตามนัดทุกครั้ง เพื่อผลการรักษาที่ดี

ผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด

ทั้งนี้ เคมีบำบัด ออกฤทธิ์ได้ดีกับเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเร็ว ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงคือเซลล์มะเร็ง แต่ในร่างกายยังมีเซลล์บางชนิดที่แบ่งตัวเร็วเช่นกัน การทำเคมีบำบัดจึงส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติทั่วไป และการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ ซึ่งก่อให้เกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ตามมา ยกตัวอย่างเช่น

  • ปากลอก
  • แผลในปาก
  • ร้อนใน
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เบื่ออาหาร
  • ท้องเสียง
  • ผมร่วง

อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของเคมีบำบัด ขึ้นอยู่กับชนิดของยา ความแข็งแรงของร่างกายของผู้ป่วย และความพร้อมด้านจิตใจของผู้ป่วย ดังนั้นระหว่างการทำเคมีบำบัด ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพให้ดี ทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ ให้ความสำคัญเรื่องสุขอนามัย ความสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเบา ๆ หรือเคลื่อนไหวให้ร่างกายสดชื่น เพื่อให้ร่างกายสามารถรับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (2 )
  • Your Rating