5 ต้นเหตุที่ทำให้คนวัยทำงานเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

บทความสุขภาพ
หลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมอง คือภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบและความเครียดจากการทำงาน อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจถึงต้นเหตุและวิธีการป้องกันก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้

ประเภทของโรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมองสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทหลักๆ ดังนี้

  1. โรคหลอดเลือดสมองอุดตันหรือตีบ (Ischemic Stroke)
    โรคหลอดเลือดสมองชนิดนี้พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการที่มีลิ่มเลือดอุดตันหรือหลอดเลือดตีบตันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ตามปกติ ส่งผลให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและสารอาหาร นำไปสู่การตายของเซลล์สมองในที่สุด
  2. โรคหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke)
    เกิดจากการที่หลอดเลือดในสมองแตกหรือฉีกขาด ทำให้เลือดไหลออกมานอกหลอดเลือดและเข้าไปกดเบียดเนื้อสมอง ส่งผลให้เซลล์สมองบริเวณนั้นตาย แม้จะพบได้น้อยกว่าชนิดแรก แต่มักมีความรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตมากกว่า

โรคหลอดเลือดสมองทั้งสองประเภทนี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันและต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที มิฉะนั้นอาจส่งผลให้เกิดความพิการถาวรหรือเสียชีวิตได้

5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคหลอดเลือดสมอง

สำหรับคนวัยทำงาน มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เพิ่มโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งสามารถจัดการและควบคุมได้ หากเรารู้และเข้าใจ ดังนี้

1. น้ำหนักเกินเกณฑ์

ภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง เนื่องจากไขมันส่วนเกินในร่างกายสามารถส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดสมองตีบ

นอกจากนี้ ภาวะอ้วนยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองทั้งสิ้น

2. เป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือโรคเบาหวาน

โรคเรื้อรังเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

  • ความดันโลหิตสูง : เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งของโรคหลอดเลือดสมอง เนื่องจากแรงดันเลือดที่สูงเกินไปสามารถทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการอุดตันหรือแตกได้ง่าย
  • ไขมันในเลือดสูง : ไขมันที่สะสมในเส้นเลือดสามารถทำให้เกิดการตีบ หรืออุดตันและลดการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมอง
  • โรคเบาหวาน : ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานสามารถทำลายผนังหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด

การควบคุมโรคเหล่านี้ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

3. สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติด

พฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายด้าน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองอย่างมีนัยสำคัญ

  • การสูบบุหรี่ : สารพิษในบุหรี่ทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด และลดระดับออกซิเจนในเลือด
  • การดื่มแอลกอฮอล์ : การดื่มหนักสามารถเพิ่มความดันโลหิต ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด
  • การใช้สารเสพติด : สารเสพติดบางชนิด เช่น โคเคน สามารถทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้

สามารถทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้

4. มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม แต่มีความสำคัญไม่น้อย ภาวะนี้ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงเป็นช่วง ๆ ในระหว่างการนอนหลับ ส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูง การอักเสบ และความเครียดออกซิเดทีฟในร่างกาย ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้น คนที่มีน้ำหนักเกิน นอนกรน หรือรู้สึกง่วงนอนมากในระหว่างวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาภาวะนี้

5. เครียด พักผ่อนน้อย ไม่ออกกำลังกาย

วิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนวัยทำงานมักนำไปสู่ความเครียดสูง การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการละเลยการออกกำลังกาย ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง

  • ความเครียด : กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และอาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ : ส่งผลต่อการควบคุมความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และน้ำหนักตัว
  • การไม่ออกกำลังกาย : ทำให้ร่างกายขาดความแข็งแรง เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองเริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยมีแนวทางป้องกัน ดังนี้

  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย (Healthy Diet)
    การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา และอาหารที่มีไขมันดี สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงหรืออาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป จะช่วยให้ระบบหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น
  2. ออกกำลังกายเป็นประจำ (Regular Exercise)
    การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความดันโลหิต และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลดี (HDL) ในเลือด แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายแบบเข้มข้นอย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์ ร่วมกับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
  3. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ (Maintain Healthy Weight)
    การรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคเรื้อรังอื่น ๆ ได้อย่างมาก ใช้ดัชนีมวลกาย (BMI) เป็นแนวทางในการประเมินน้ำหนักตัว โดย BMI ที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 18.5-24.9 kg/m²
  4. ตรวจร่างกายเป็นประจำ (Regular Health Checkups)
    การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้คุณทราบถึงความเสี่ยงและสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้ทันท่วงที ควรตรวจวัดความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และระดับไขมันในเลือดเป็นประจำ หากพบความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม
  5. เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง                                                                                     
    การเลิกสูบบุหรี่สามารถลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าคุณจะสูบบุหรี่มาเป็นเวลานาน การเลิกสูบก็ยังสามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพของคุณได้
  6. จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
    หากคุณดื่มแอลกอฮอล์ ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ โดยผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 2 ดื่มต่อวัน และผู้หญิงไม่ควรดื่มเกิน 1 ดื่มต่อวัน
  7. จัดการความเครียด
    หาวิธีผ่อนคลายความเครียดที่เหมาะกับตัวเอง เช่น การทำสมาธิ โยคะ หรือการทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ การจัดการความเครียดที่ดีช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและยังช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นด้วย

อย่าลืมว่า การป้องกันดีกว่าการรักษา การเริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงต่าง ๆ รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดสมอง สามารถนัดหมายเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้ที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ชำนาญการด้านสมองและระบบประสาท พร้อมเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล
โทร. 02-734-0000

Medically Reviewed by

นพ. วงศ์กนก ก่อวัฒนมงคล
นพ. วงศ์กนก ก่อวัฒนมงคล

อายุรศาสตร์โรคสมองและระบบประสาท

อายุรศาสตร์โรคสมองและระบบประสาท - โรคหลอดเลือดสมอง

Readers’ Rating

1.0 out of 5 stars (based on 1 review)