บทความสุขภาพ

กระดูกเชิงกรานหัก ปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม

Update : 08 กุมภาพันธ์ 2559

กระดูกเชิงกรานหัก ปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม

      นพ.ภัทร โฆสานันท์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า กระดูกเชิงกรานประกอบด้วยกระดูกทั้งสิ้น 3ชิ้น คือ กระดูกก้นกบ (Sacrum) กระดูกสะโพก (Ilium) ด้านซ้านและขวา กระดูกเชิงกรานจะทำหน้าที่เชื่อมระหว่างกระดูกสันหลังซึ่งเป็นแกนกลางของร่างกาย กับกระดูกรยางค์ คือกระดูกสะโพกและขาทั้ง 2ข้าง

อาการปวดกระดูกที่เกิดจากสาเหตุกระดูกเชิงกรานแตกหัก


      อาการปวดกระดูกซึ่งเกิดจากการแตกหักของกระดูกเชิงกราน ในคนทั่วไปมักเกิดการแตกหักจากอุบัติเหตุที่มีความรุนแรง เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ พลัดตกจากที่สูง หรือได้รับแรงกระแทกโดยตรงบริเวณสะโพก หรือเชิงกราน แต่หากในบุคคลที่มีภาวะกระดูกพรุน อุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยอาจทำให้กระดูกเชิงกรานแตกหักได้ ซึ่งความรุนแรงของอาการปวดกระดูกในผู้ที่กระดูกเชิงกรานแตกนั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะการแตกหัก เริ่มตั้งแต่

 

  1. มีการปวดกระดูกเชิงกราน เวลานั่งบางท่า
  2. มีอาการปวดกระดูกเชิงกราน จนไม่สามารถขยับสะโพกได้
  3. มีอาการบาดเจ็บร่วมของระบบทางเดินปัสสาวะหรืออวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน
  4. มีอาการบาดเจ็บของเส้นประสาทบริเวณเอวส่วนล่างและก้นกบ บางรายอาจรุนแรงไปถึงการเสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดปริมาณมาก

 
อย่างไรก็ตาม หากบุคคลทั่วไปเกิดความสงสัยว่าอาการปวดกระดูกเชิงกรานของตนเองอยู่ในภาวะเสี่ยงของกระดูกเชิงกรานหักหรือไม่นั้น นพ.ภัทร กล่าวให้ข้อสังเกตดังนี้

  1. มีอาการปวดกระดูกบริเวณเชิงกราน ไม่สามารถขยับพลิกตัวหรือขยับสะโพกได้
  2. มีอาการผิดรูปบริเวณกระดูกเชิงกรานหรือสะโพก
  3. มีอาการชาบริเวณรอบทวารหนัก หรือมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ
  4. มีอาการเจ็บบริเวณแก้มก้นตรงจุดที่สัมผัสกับเก้าอี้เวลานั่ง
  5. มีรอยแผล หรือรอยฟกช้ำชัดเจนบริเวณสะโพกและเชิงกรานร่วมกับอาการดังกล่าว

ส่วนการปฎิบัติตัวหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ที่เข้าช่วยเหลือควรปฏิบัติตัวดังนี้

  1. ให้ผู้ป่วยควรอยู่ในท่านิ่งที่สุด แม้ในขณะเคลื่อนย้าย เพื่อป้องกันการเคลื่อนของชิ้นกระดูกที่หักและการบาดเจ็บเพิ่มเติมของอวัยวะข้างเคียง
  2. หากมีบาดแผลเปิดให้ใช้ผ้าสะอาดปิดบริเวณปากแผล
  3. หากผู้ป่วยพอที่จะขยับตัวได้ ให้ขยับตัวช้าๆในท่าทางที่ผู้ป่วยเจ็บปวดน้อยที่สุด
  4. หากไม่แน่ใจว่ามีกระดูกหักหรือไม่ ไม่ควรนวดหรือดัดร่างกาย
  5. ควรประคบเย็นบริเวณที่มีอาการปวดกระดูก บวม หรือ ฟกช้ำ

 

หลักการวินิจฉัยภาวะกระดูกเชิงกรานหัก สาเหตุทำให้มีอาการปวดกระดูก


      สำหรับการตรวจวินิจฉัยภาวะกระดูกเชิงกรานหัก ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดปวดกระดูกนพ.ภัทร กล่าวว่า สามารถทำได้โดยการถ่ายภาพรังสีทั่วไป ร่วมกับการทำ CT scan ซึ่งแนวทางการรักษานั้นขึ้นอยู่กับบริเวณที่แตกหักและความรุนแรง การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่นอนพักจนกว่ากระดูกจะติด ไปจนถึงการผ่าตัดเพื่อใส่โลหะยึดกระดูก สำหรับข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด คือกระดูกที่แตกหักไม่มีความมั่นคงพอที่จะรับน้ำหนัก หรือ รับการขยับเคลื่อนไหวได้, กระดูกที่แตกหักมีการผิดรูปมาก , มีการแตกหักของกระดูกเข้าไปในส่วนของข้อต่อสะโพก และทำให้เกิดความไม่เรียบของผิวข้อ , มีการบาดเจ็บของอวัยวะอื่นๆร่วมด้วยที่จำเป็นต้องผ่าตัด เช่น มีการบาดเจ็บของลำไส้ ทางเดินปัสสาวะ หลอดเลือด หรือเส้นประสาท
 
      นพ.ภัทร กล่าวด้วยว่า หลังการผ่าตัดใส่โลหะยึดกระดูกโดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยสามารถขยับร่างกายได้ตามปกติทันทีหลังผ่าตัด แต่อาจจะต้องระมัดระวังเรื่องการลงน้ำหนักในขาข้างเดียวกับที่มีการแตกหักของกระดูก นานประมาณ 6- 12 สัปดาห์

 



นพ.ภัทร โฆสานันท์
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-โรคกระดูกสันหลัง
โรคกระดูกสันหลัง
โรงพยาบาลเวชธานี

icon doctors information
คณะแพทย์
icon subscribe
กรอกอีเมล์รับข่าวสาร
icon Map
แผนที่
TH
EN
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )