เจ็บเข่าเรื้อรัง

เจ็บเข่าเรื้อรัง ลดโอกาสผ่าตัด! ด้วยการใช้พลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น สามารถ รักษาเอ็นข้อเข่าบาดเจ็บ เอ็นอักเสบเรื้อรัง  แทบไม่มีผลข้างเคียงเพราะใช้เลือดของตัวเราเอง

พลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น หรือ PRP (Platelet rich plasma cell) คือสารสกัดจากเลือดที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือดสูง 3 – 6 เท่าของเลือดปกติ โดยในเกร็ดเลือดมี Growth hormone ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสมานแผลและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้กับร่างกายได้ ทำให้ในปัจจุบัน PRP ถูกนำมาใช้รักษาอาการเจ็บป่วยทางการแพทย์มากขึ้น

นายแพทย์ชัชพล ธนารักษ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ – เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่และข้อเข่า โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า การบาดเจ็บของเส้นเอ็นแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ 1. เส้นเอ็นยืดหรือฉีกภายในเล็กน้อย 2. เส้นเอ็นฉีกบางส่วน 3. เส้นเอ็นฉีกขาดหมด การฉีดพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้นสามารถช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเส้นเอ็นได้ทุกระดับ แม้แต่อาการเส้นเอ็นบาดเจ็บเรื้อรังก็สามารถใช้ PRP ช่วยรักษาได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการผ่าตัดของผู้ป่วยได้ ยกเว้นในกรณีที่เส้นเอ็นฉีกขาดหมดซึ่งจำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัด แต่สามารถฉีดPRP ร่วมกับการผ่าตัดได้ เพื่อให้เส้นเอ็นเชื่อมต่อได้เร็วและทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

“การฉีดพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้นแตกต่างจากการฉีดยาแก้ปวดหรือสเตียรอยด์ เพราะยาแก้ปวดหรือสเตียรอยด์จะช่วยลดอาการอักเสบและลดปวด ในขณะที่การพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้นมีฤทธิ์ไปกระตุ้นกระบวนการสมานแผลที่กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น ซึ่งเป็นการรักษาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง แม้จะไม่ได้มีฤทธิ์ลดอาการปวดแต่อาการดังกล่าวจะหายไปเองแผลที่บาดเจ็บสมานแล้ว” นายแพทย์ชัชพลกล่าว

เจ็บเข่าเรื้อรัง การรักษาด้วยวิธีฉีดพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น

สามารถใช้กับผู้ป่วยได้ทุกวัยและรักษาได้กับเส้นเอ็นทุกส่วนของร่างกาย เนื่องจากเป็นสารที่สกัดจากตัวของผู้ป่วยเอง วิธีนี้จึงเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณข้อที่ได้รับความนิยมในยุโรป อีกทั้งปัจจุบันยังมีงานวิจัยรองรับการใช้ PRP ในการรักษาเส้นเอ็นบาดเจ็บแบบเรื้อรังในบางตำแหน่งด้วย เช่น เอ็นข้อศอกอักเสบเรื้อรัง เอ็นร้อยหวายอักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้การฉีดพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้นยังเข้ามามีบทบาทในแวดวงนักกีฬา เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นระหว่างการซ้อมหรือการแข่งขัน ให้สามารถกลับไปเล่นกีฬาได้เร็วขึ้น

สำหรับการฉีดพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น ผู้ป่วยต้องเตรียมความพร้อมด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าไม่น้อยกว่า 2 ลิตรต่อวัน โดยแพทย์จะใช้ลือดของผู้ป่วยเองประมาณ 15 มิลลิลิตร มาเข้าเครื่องสกัดแยกเกล็ดเลือดประมาณ 20 นาที แล้วนำกลับไปฉีดตรงบริเวณที่บาดเจ็บ หลังฉีดผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งวิธีนี้มีผลข้างเคียงน้อยมากหรือแทบไม่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงเลย มีเพียงข้อควรระวังคือผู้ป่วยไม่ควรรับเข้ารับการฉีด PRP ขณะมีไข้ เจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อหรือโรคเลือดบางชนิด เพราะอาจมีเขื้อโรคอยู่ในกระแสเลือดและก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (2 )
  • Your Rating