นั่งทำงานหน้าคอมฯ นานต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมง อาจทำให้เกิดอาการตึงหลัง ปวดหลัง ขาชา ซึ่งหลายคนมักจะเลือกทนจนอาการรุนแรงและนำไปสู่โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

นายแพทย์ภัทร โฆสานันท์ ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ – โรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า โรค หมอนรองกระดูก ทับเส้น ประสาทสาเหตุหลักเกิดจากการใช้งานกระดูกสันหลังหนักและต่อเนื่อง เช่น การยกของหนัก การขับรถนาน การทำกิจกรรมก้ม ๆ เงย ๆ เป็นประจำ นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระดูกสันหลังด้วย ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ทำให้ Annulus Fibrosus หรือเส้นเอ็นที่ก่อตัวเป็นหมอนรองกระดูกสันหลังเกิดความเสื่อมจนมีสารน้ำปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทไขสันหลัง

“คนที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจะมีอาการปวดหลังลงไปที่ขาอาจเพียงข้างเดียวหรือ 2 ข้าง ซึ่งส่วนมากพบในกลุ่มคนที่ชอบทำกิจกรรม ออกกำลังกายหนัก ๆ ซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือแม้แต่คนที่ชอบนั่งอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานเกินไป โดยเฉพาะหนุ่ม – สาวออฟฟิศที่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จะมีความเสี่ยงเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้มากเช่นกัน เพราะหมอนรองกระดูกจะต้องรับน้ำหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ยังสามารถพบได้บ่อยในกลุ่มคนที่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป รวมไปถึงคนที่อยู่ในภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน เนื่องจากหมอนรองกระดูกต้องแบกรับน้ำหนักตัวที่มากขึ้น จึงส่งผลให้เกิดความเสื่อม และจนกลายเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในที่สุด” นายแพทย์ภัทรกล่าว

ปัจจุบันโรคดังกล่าวสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด ด้วยเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นกล้อง MICROSCOPE หรือ ENDOSCOPE ที่ทำให้แผลผ่าตัดเล็กลงกว่าเดิม ผู้ป่วยจึงเสียเลือดน้อย และการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อลดลง ผู้ป่วยจึงฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเดิม

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการผ่าตัดนั่น คือ Intraoperative Neuromonitoring ที่จะช่วยตรวจสอบการทำงานของเส้นประสาทแบบ Real Time ทำให้การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทของผู้ป่วยขณะผ่าตัดน้อยลง จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (5 )
  • Your Rating