ไวรัส คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เมื่ออาศัยอยู่ในเซลล์สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เช่น มนุษย์ หรือสัตว์ จะทำให้เกิดโรคตามชนิดของไวรัสนั้น ๆ สำหรับ“ไวรัสตับอักเสบ” เป็นกลุ่มของไวรัสที่ติดเชื้อเซลล์ตับส่งผลให้เกิดการอักเสบของเซลล์ตับตามมา กลุ่มไวรัสตับอักเสบที่มีความสำคัญทางการแพทย์ คือ ไวรัสตับอักเสบ เอ บีซี ดี และ อี โดยไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี นับเป็นไวรัสตับอักเสบที่มีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจาก 2 ชนิดนี้ ก่อให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง จนนำไปสู่การเกิดตับแข็งและมะเร็งตับได้ในบทความนี้จะมาดูรายละเอียดของไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิด

ไวรัสตับอักเสบเอ

คือ ไวรัสตับอักเสบที่ติดต่อทางอาหารหรือน้ำ ที่ปนเปื้อนจากผู้ป่วยที่เป็นไวรัสตับอักเสบเอรายอื่น อาหารที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ คืออาหารจำพวกหอย จากการรับประทานแบบสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งยังคงมีเชื้อโรคอยู่เมื่อรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อดังกล่าวประมาณ 1 เดือน จะมีอาการ
ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ และอาเจียน อาการดังกล่าวมักหายภายใน 2 สัปดาห์ และไม่มีผลเสียระยะยาวต่อตับ อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังหรือตับแข็งจากโรคอื่น ติดเชื้อไวรัสนี้อาจอันตรายต่อชีวิตได้

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่จำเพาะเจาะจงต่อไวรัสตับอักเสบเอ จึงแนะนำให้ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง ระวังเรื่องการรับประทานอาหารที่มีความเสี่ยงดังกล่าว ร่วมกับการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ จำนวน 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 6 เดือน จะมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อ

ไวรัสตับอักเสบบี

มีรูปแบบการติดเชื้อเช่นเดียวกับการติดเชื้อเอชไอวี เช่น ทางเลือด ทางเข็ม ทางเพศสัมพันธ์ และมารดาสู่บุตร เป็นไวรัสที่เป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศไทยในอดีตยังไม่มีการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ผลของการติดเชื้อเรื้อรังในผู้ป่วยแต่ละรายแตกต่างกัน บางรายเป็นเพียงพาหะแพร่เชื้อ บางรายตับอักเสบ
รุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล บางรายอาจพัฒนาเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเพศชาย ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ดังนั้น ผู้ป่วยที่เป็นไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังทุกราย ควรตรวจติดตามกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินสภาวะของโรคและวางแผนการรักษา

การรักษา

ปัจจุบันการรักษามี 2 วิธี คือการฉีดยากลุ่มอินเตอร์เฟอรอน และการรับประทานยาต้านไวรัสตับอักเสบบีประสิทธิภาพในการรักษาในปัจจุบันถือว่ายังไม่ดี เป็นเพียงการควบคุมโรคเท่านั้น ไม่สามารถทำให้หายได้ สำหรับการฉีดวัคซีนเป็นการป้องกันการติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถยับยั้งผู้ป่วยนพ.สุนทร ชลประเสริฐสุข ติดเชื้อรายใหม่ได้

ไวรัสตับอักเสบซี

มีรูปแบบการติดเชื้อทางเลือดเปน็ ส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้ที่ได้รับเลือดในอดีต นอกจากนี้ยังอาจติดเชื้อได้ทางเพศสัมพันธ์ในผู้ป่วยรักร่วมเพศชายกับชาย เมื่อมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแล้ว จะทำให้เกิดการอักเสบของตับเรื้อรัง เป็นผลให้เกิดพังผืดในตับมากขึ้นจนเป็นตับแข็งและมะเร็งตับได้

การรักษา

การรักษาไวรัสตับอักเสบซี มีความรุดหน้ามากจนสามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการรับประทานยาอย่างน้อย 2 ชนิด ซึ่งอาจเป็นแบบรวมในเม็ดเดียวกัน หรือแบบแยกเม็ด เพียงระยะเวลา 12 สัปดาห์ ก็สามารถ “หายขาดจากการติดเชื้อได้มากกว่า 98%” เมื่อเทียบกับการรักษาในอดีต ด้วยการฉีดยาอินเตอร์เฟอรอน ร่วมกับรับประทานยาไรบาวิรินเป็นเวลา 24-48 สัปดาห์ โอกาสหายจากโรคประมาณ 40-70% อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยยารับประทาน2 ชนิดนี้ มีข้อจำกัดในแง่ของราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนยังไม่สามารถรักษาได้ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนในการป้องกัน จึงแนะนำเรื่องของการไม่ใช้เข็มร่วมกับผู้ป่วยอื่น เช่นเดียวกับการป้องกันติดเชื้อเอชไอวี

ไวรัสตับอักเสบดี

เป็นไวรัสที่ต้องอาศัยพึ่งพาไวรัสตับอักเสบบีในการดำรงชีวิตอยู่รอดในเซลล์ตับ ผู้ป่วยที่เป็นไวรัสตับอักเสบบีเท่านั้นที่จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบดี รูปแบบการติดเชื้อมักมาจากทางเลือด ทำให้เกิดตับอักเสบเฉียบพลันและสามารถหายได้เอง ยกเว้นผู้ป่วยที่มีโรคตับเรื้อรังรุนแรงอยู่แล้ว อาจจะอันตรายถึงเสียชีวิตได้

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาและการป้องกันสำหรับไวรัสตับอักเสบชนิดนี้

ไวรัสตับอักเสบอี

เป็นไวรัสตับอักเสบที่ระบาดในประเทศอินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน สำหรับประเทศไทยพบได้เป็นครั้งคราว มักได้รับเชื้อจากอาหารที่ปรุงไม่สุก เช่น เนื้อหมู หมูป่า หรือสัตว์ปีก นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อผ่านทางเลือดได้บ้าง เมื่อติดเชื้อจะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองอ่อนเพลีย เช่นเดียวกับไวรัสตับอักเสบชนิดอื่น โดยทั่วไปมักหายได้เอง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนอวัยวะจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบอีเรื้อรัง นอกจากนี้ ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบอีขณะตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคตับรุนแรง ซึ่งเป็นอันตรายต่อมารดาและทารกในครรภ์

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่จำเพาะเจาะจงต่อไวรัสตับอักเสบนี้การป้องกันด้วยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สดใหม่ และสะอาด จึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

ไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิด ทุกชนิดสามารถก่อให้เกิดอาการตับอักเสบเฉียบพลันได้ เพียงแต่จะไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ยกเว้นรายที่มีโรคตับเรื้อรังอย่างอื่นร่วมด้วย ไวรัสตับอักเสบบีและซี มีความสำคัญมากทางการแพทย์ เพราะทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ การรักษาไวรัสตับอักเสบบี เป็นเพียงแค่การยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสและมักจะไม่หาย ซึ่งต่างจากไวรัสตับอักเสบซี ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้มากถึง 98% นอกจากนี้ การดำรงชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะ และฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ และบี ยังสามารถลดโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
โทร. 0-2734-0000 ต่อ 2960

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (3 )
  • Your Rating