ภาวะวูบหมดสติ (Syncopal Attack)

ภาวะวูบหมดสติคืออะไร

ภาวะวูบหมดสติ (Syncopal Attack) หมายถึงภาวะที่มีการสูญเสียการรับรู้สติ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ 3 ประการ ได้แก่ หมดสติอย่างเฉียบพลัน เกิดขึ้นชั่วขณะในระยะเวลาอันสั้น และสามารถฟื้นคืนสติได้ด้วยตัวเอง (Transient loss of consciousness : TLOC)

เกิดอะไรขึ้นในขณะที่วูบหมดสติ

พยาธิสรีระวิทยา ขณะที่หมดสติ เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วขณะ ทำให้สมองที่เป็นศูนย์ควบคุมการรู้สติขาดออกซิเจนชั่วคราวจึงทำให้ผู้ป่วยหมดสติ

อาการที่แสดงออกเป็นอย่างไร อาการแสดงที่พบในขณะหมดสติ ได้แก่

  • เรียกไม่รู้สึกตัว
  • ล้มลงกับพื้น ทรงตัวไม่อยู่
  • อาจมีอาการเกร็งที่มือ, เท้า, ตาค้างชั่วขณะ
  • ปลายมือ ปลายเท้าเย็น, เหงื่อออกที่ใบหน้า, หน้าและริมฝีปากซีด
  • อาจมีอาการอุจจาระ และ ปัสสาวะราด
  • ผู้ป่วยจะจำเหตุการณ์ตอนหมดสติไม่ได้
    ระยะเวลาการหมดสติ พบได้ตั้งแต่ 30 วินาที – 5 นาที ขึ้นอยู่กับสุขภาพพื้นฐานเดิมและอายุของผู้ป่วย
    มีอาการเตือนล่วงหน้าหรือไม่ ผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการเตือนล่วงหน้าก่อนหมดสติ เช่น
  • รู้สึกหวิวๆ มึนศีรษะ, โคลงเคลง
  • ตาพร่า เห็นเสียงสี วูบวาบ
  • ปลายมือ ปลายเท้าเย็น, เหมือนตัวลอยๆ
  • คลื่นไส้

สาเหตุของการหมดสติมีอะไรบ้าง

1. สาเหตุที่มาจากโรคของหัวใจโดยตรง เช่น
– หลอดเลือดหัวใจตีบ
– โรคลิ้นหัวใจตีบ
– หัวใจเต้นผิดจังหวะทั้งชนิดเร็ว และ ช้า
– กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวผิดปกติ, ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
– กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ

2. สาเหตุที่มาจากระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ จะพบในบางสถานการณ์ที่จำเพาะ เช่น
– หลังการไอ, จาม, เบ่งอุจจาระ ปัสสาวะ
– ยืนนานๆ ในที่มีคนแออัด หรืออากาศร้อนจัด
– กลัวการเจาะเลือด กลัวเข็มฉีดยา
– การหลังการออกกำลังกาย
พบในโรคเรื้อรังที่มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท, เส้นประสาทเสื่อม
– เบาหวาน (Orthostatic hypotension)
– โรคทางสมองบางอย่างที่มีระบบประสาทอัตโนมัติเสื่อม เช่น พาร์กินสัน, สมองเสื่อม
– อันตรายต่อไขสันหลัง

3. ภาวะการสูญเสียเลือด หรือ ขาดน้ำ

4. ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาลดความดันโลหิต, ยาขับปัสสาวะ, ยาต้านเศร้า, ยารักษาต่อมลูกหมาก

เมื่อพบผู้ป่วยหมดสติ ควรทำอย่างไร

เมื่อพบผู้ป่วยหมดสติ ควรให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้ คือ

  • ให้ผู้ป่วยนอนราบกับพื้นที่สะอาด ปลอดภัย ถ้าอยู่ในท่านั่งให้นำร่างนอนราบกับพื้น
  • ไม่มุงดู เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก
  • ตะแคงศีรษะไปด้านข้าง ช่วยไม่ให้ลิ้นตก
  • ถ้ากำลังรับประทานอาหารอยู่ หรือ มีอาหารในปาก รวมทั้งมีฟันปลอมอยู่ ควรใช้ผ้าล้วงเศษอาหารออกจากปาก และถ้าสามารถถอดฟันปลอมได้ ให้ช่วยถอดฟันปลอม
  • เรียกรถฉุกเฉิน หรือ นำส่ง โรงพยาบาล+

แนวทางการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยมีอะไรบ้าง

การประเมินผู้ป่วยที่มาด้วยอาการวูบหมดสติ แพทย์จะทำการซักประวัติจากผู้เห็นเหตุการณ์ และจากผู้ป่วย ภายหลังฟื้นสติแล้ว และทำการตรวจร่างกายในกรณีที่ผู้ป่วยมีสัญญานชีพและอาการทางร่างกายที่ไม่คงที่ ผู้ป่วยจะได้รับการแนะนำให้รักษาเป็นผู้ป่วยใน และให้การรักษาตามสาเหตุของโรคต่อไป

การตรวจพิเศษเพิ่มเติมมีอะไรบ้าง

การตรวจพิเศษเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับโรคที่เป็นสาเหตุของการหมดสติ เช่น

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, Holter EKG ในผู้ป่วยที่สงสัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) ในผู้ป่วยที่จำเป็นต้องวินิจฉัยแยกโรคหัวใจบางอย่าง เช่น ลิ้นหัวใจตีบ, กล้ามเนื้อหัวใจหนา
  • ตรวจ Till Table Test ในผู้ป่วยที่สงสัยภาวะการวูบหมดสติจากความดันต่ำเวลาเปลี่ยนอิริยาบท Orthotatic Hypotension หรือ ความดันต่ำจากการยืนนานๆ หรือหลังออกกำลังกาย
  • ตรวจ Coronary CTA หรือ CAG ในผู้ป่วยที่สงสัยภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ
  • ตรวจ MRI Brain ในผู้ป่วยที่สงสัยภาวะสมองเสื่อม เป็นต้น
    โรคนี้รักษาอย่างไร
  • การรักษาโรคขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้วูบ ซึ่งแพทย์จะทำการรักษาตามเหตุนั้นๆ ได้แก่ การรักษาภาวะโรคหัวใจขาดเลือด (การใช้ยา, การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน)
  • การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจในผู้ที่หัวใจเต้นช้าผิดจังหวะ (Pacemaker)
  • การใช้ยาบางชนิดในผู้ป่วยที่มี Orthostatic Hypotension
  • การแนะนำให้ผู้ป่วยใส่ถุงน่อง เพื่อลดการขยายตัวของหลอดเลืด ในผู้ที่วูบหลังยืนนานๆ
    โรคนี้จะป้องกันได้หรือไม่
    การป้องกันการวูบ สามารถทำได้เพื่อลดความรุนแรง ลดความถี่ของการเกิดอาการและลดอุบัติเหตุซ้ำเติมจากการวูบ ได้แก่
  • การดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • การหลีกเลี่ยงการยืนนานๆ ในที่มีอากาศร้อนจัด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, สูบบุหรี่
  • ออกกำลังกายแบบแอโรบิก อย่างน้อย 4 ครั้ง / สัปดาห์ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที
  • นั่งปัสสาวะในผู้ที่วูบหลังเบ่งปัสสาวะ, งดเบ่งอุจจาระและปัสสาวะแรงๆ
  • ออกกำลังกายแบบ hand grip exercise ได้แก่ บีบลูกบอลด้วยมือ 2 ข้าง ทำซ้ำๆ ชุดละ 10 ครั้ง อย่างน้อย 2 -3 ชุด /วัน
  • งดการไอหรือจามแรงๆ
  • หลีกเลี่ยงอาชีพที่จะมีอันตรายจากอุบัติเหตุซ้ำเติมขณะวูบ เช่น ช่างทาสี ช่างไม้ นักบิน หรือคนขับรถรับจ้าง

โรคนี้รักษาหายหรือไม่ เกิดเป็นซ้ำได้หรือไม่

การรักษาและควบคุมภาวะวูบหมดสติได้สำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดโรค เช่น สามารถรักษาได้หายขาดในโรควูบที่มีเหตุจากลิ้นหัวใจตีบ โดยการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ, การขยายบอลลูนที่ลิ้นหัวใจ

  • การรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยยาหรือการขยายบอลลูน กรณีวูบจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • การรักษาภาวะหัวใจเต้นช้า โดยการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ Pacemaker
  • การปรับยาที่เป็นสาเหตุวูบออกไป เช่น หยุดยาขับปัสสาวะ หรือยาที่ขยายหลอดเลือดมากเกินไป
    ภาวะวูบบางอย่างไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น การเสื่อมของระบบประสาทอัตโนมัติ, วูบจากหลอดเลือดขยายตัว แต่สามารถปรับการรักษาเพื่อลดความรุนแรงและความถี่ของโรคได้ โดยการให้ยาที่เหมาะสม ตลอดจนการปรับการใช้ชีวิต หลีกเลี่ยงงานบางอาชีพที่จะมีอันตรายจากการบาดเจ็บซ้ำเติมขณะวูบ เช่น ช่างทาสี นักบิน พนักงานขับรถ
    ข้อแนะนำที่สำคัญ
  • ควรมีการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ ตลอดจนโรคที่มีผลให้เกิดการวูบหมดสติ
  • ควรพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาเมื่อสงสัยว่ามีอาการคล้ายจะวูบหรือเคยมีอาการวูบหมดสติมาก่อน เพื่อจะได้รับการตรวจเพิ่มเติมที่เหมาะสมต่อไป
  • Readers Rating
  • Rated 4.3 stars
    4.3 / 5 (6 )
  • Your Rating