การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ได้ทั้งประสบการณ์ใหม่ ความสุข สนุกสนาน นำมาซึ่งความทรงจำแสนประทับใจ แต่การเดินทางก็มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ทำให้หมดสนุก เสียเวลา รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการรัษาพยาบาล นักเดินทางจึงควรได้รับวัคซีนพื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza) วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (DTP) วัคซีนคางทูม หัด หัดเยอรมัน (MMR) เพราะในบางประเทศที่เดินทางไปนั้นอาจมีการแพร่ระบาดอยู่ จึงควรรับวัคซีนพื้นฐานนี้เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย นอกจากนี้ บางประเทศยังมีการกำหนดระเบียบข้อบังคับ ให้นักเดินทางรับวัคซีนสำคัญก่อนเข้าประเทศด้วย

ชนิดของวัคซีนที่ควรได้รับขึ้นอยู่กับประเทศที่เดินทางไปท่องเที่ยว ระยะเวลา และกิจกรรมในการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังรวมถึงปัจจัยด้านอายุ โรคประจำตัว และประวัติการได้รับวัคซีน นักเดินทางจึงควรพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนก่อนเดินทางราว 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกันได้ทันเวลา

สำหรับวัคซีนตามภูมิภาค และความเสี่ยง มีดังนี้:

วัคซีนไทฟอยด์ (Thyphoid Fever) สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปกลุมประเทศเอเชียใต้ อาทิ อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน เนปาล ที่ยังมีระบบสาธารณูปโภคยังไม่ดีนัก อาจได้รับเชื้อโรคจากอาหาร จึงควรรับวัคซีน 1 เข็ม ก่อนเดินทาง 2 สัปดาห์ ร่วมกับหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารข้างทาง เลือกอาหารที่ปรุงสุก สดใหม่ และล้างมือก่อนรับประทานอาหาร

วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus)สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปกลุ่มประเทศที่มีอุบัติการณ์ของโรคสูง ได้แก่ภูมิภาคเอเชีย และแอฟริกา อาจได้รับเชื้อโรคจากอาหาร โดยควรตรวจระดับภูมิคุ้มกันก่อน หากไม่มีภูมิต่อไวรัสตับอักเสบเอ แนะนำรับ 1 เข็ม ก่อนการเดินทาง 2  สัปดาห์ และรับวัคซีนกระตุ้นอีก 6-12 เดือนต่อมา

วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น (Meningicocal) สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปในตะวันออกกลาง และแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า ซึ่งเป็นบริเวณระบาดของไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Belt) และผู้จะเข้าร่วมพิธีฮัจจ์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกำหนดให้ผู้เดินทางเข้า ต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นครอบคลุม 4 สายพันธุ์ โดยควรรับวัคซีน 1  เข็ม ก่อนเดินทาง 2 สัปดาห์

วัคซีนไข้เหลือง (Yellow Fever) สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณที่มีการระบาดของไข้เหลือง ได้แก่ กลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกาตอนกลาง ทวีปอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ รวม 45 ประเทศ ผู้เดินทางเข้าประเทศเหล่านี้ ต้องได้รับวัคซีนไข้เหลืองล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนเดินทาง และต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนไข้เหลือง (Yellow Book) วัคซีนชนิดนี้ ห้ามใช้กับเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ผู้แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน และผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศทีมีอุบัติการณ์โรคพิษสุนัขบ้าสูง เช่น ประเทศในแถบเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศจีน และทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเป็นเวลานาน ท่องเที่ยวในชนบท นักเดินทางแบบผจญภัย ขี่จักรยาน ท่องเที่ยวในถ้ำ ควรพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันไว้ล่วงหน้า (Pre-exposure prophylaxis) ซึ่งต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม คือวันที่  0,7, 21-28 ข้อดีของการฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้าคือ เมื่อถูกสัตว์ข่วนหรือกัด ต้องฉีดกระตุ้นอีกเพียง 2 เข็ม และไม่จำเป็นต้องได้รับ Immunoglobulin

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus) สำหรับผู้ที่มีความเสียงสูงต่อโรคไวรัสตับอักเสบบี คือผู้วางแผนท่องเที่ยวเป็นเวลานาน และมีพฤติกรรมเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน แนะนำให้ตรวจระดับภูมิคุ้มกันก่อนรับวัคซีน หากไม่มีภูมิคุ้มกันควรรับวัคซีน 3 เข็ม ในเดือนที่ 0, 1, 6 และควรใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

อย่างไรก็ดี โรคติดเชื้ออื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยระหว่างเดินทางท่องเที่ยว คือ มาลาเรีย จากการเดินป่าในบริเวณที่เป็นแหล่งระบาด แต่เนื่องด้วยวัคซีนยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงแนะนำยาป้องกันมาลาเรีย (Chemoprophylaxis) ซึ่งชนิดและระยะเวลาของการรับยา ขึ้นอยู่กับข้อมูลการดื้อยาของมาลาเรียในบริเวณพื้นที่เดินทาง และการป้องกันยุงกัดร่วมด้วย

สำหรับไวรัสซิกก้าที่ระบาดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย วัคซีนอยู่ในระหว่างการพัฒนา จึงแนะนำการป้องกันยุงกัด หรือหลีกเลี่ยงท่องเที่ยวบริเวณที่มีการระบาด โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์หรือมีแผนจะตั้งครรภ์ใน 1 ปี เพื่อป้องกันภาวะศีรษะเล็ก (Microcephaly) ในทารก เป็นต้น

นอกจากจะเตรียมการด้านแผนการเดินทาง การจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ ที่จำเป็นแล้ว ผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในต่างแดน ควรดูแลเรื่องสุขภาพและรับวัคซีนจำเป็นควบคู่ด้วย เพื่อไม่ให้หมดสนุกกับจุดหมายปลายทางที่วาดฝันไว้

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (3 )
  • Your Rating