อย่าปล่อยให้ “กระดูกพรุน” คุกคามร่างกายโดยไม่รู้ตัว

อย่าปล่อยให้ “กระดูกพรุน” คุกคามร่างกายโดยไม่รู้ตัว

(Last Updated On: June 15, 2018)

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่า “โรคกระดูกพรุน” เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญต่อผู้สูงอายุมากที่สุด เกิดจากความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง โครงสร้างของกระดูกบาง กระดูกมีความแข็งแรงน้อยลง ส่งผลให้มีโอกาสเปราะหักง่าย

ส่วนใหญ่โรคกระดูกพรุนจะทำให้กระดูกสำคัญหักง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง ข้อสะโพก ข้อมือ และต้นแขน ทั้งนี้ โรคกระดูกพรุน มักไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ ล่วงหน้ามาก่อน จึงนับว่าเป็น “ภัยเงียบ” ที่คุกคามร่างกายโดยไม่รู้ตัว

สาเหตุหลักของภาวะกระดูกพรุน

สาเหตุของโรคกระดูกพรุน เกิดจากภาวะที่ร่างกายขาดสารตั้งต้น ในการเสริมสร้างกระดูกที่สำคัญ ได้แก่

  • ขาดแคลเซียม หรือภาวะแคลเซียมน้อย
  • การขาดสารอาหาร และวิตามินดี ที่ร่างกายต้องการ
  • ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน จากภาวะหมดประจำเดือนในผู้หญิง
  • ออกกำลังกายน้อยเกินไป

โดยกลุ่มเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน มักพบในผู้สูงอายุ และสตรีวัยใกล้หมดประจำเดือน แต่หากพบในกลุ่มคนที่มีอายุน้อย มักมีสาเหตุมากจากการมีโรคประจำตัว เช่น โรคที่เกี่ยวข้องกับเลือด โรคที่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อการสร้างกระดูก หรือโรคทางพันธุกรรม ซึ่งกรณีนี้ไม่ได้เกิดจากภาวะกระดูกเสื่อม แต่เป็นเพราการสร้างกระดูกผิดปกติ

เหตุใด “กระดูกพรุน” จึงเป็นภัยเงียบ

โรคกระดูกพรุน นับเป็นภัยเงียบที่คุกคามร่างกายโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีอาการเตือนใด ๆ ให้ระวัง จะทราบก็ต่อเมื่อกระดูกหักแล้ว หรือกระดูกสันหลังทรุด ซึ่งทำให้ปวดหลัง หลังค่อม ดูเตี้ยลง เคลื่อนไหวได้ลดลง นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนบางราย อาจมีภาวะอาการฟันหลุดได้ง่ายอีกด้วย

5 วิธีสำคัญ เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
  1. เลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และสารอาหารที่ให้แคลเซียมสูงและวิตามินดีสูง
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย กระตุ้นให้กระดูกมีการสะสมแคลเซียมมากขึ้น
  3. งดเว้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
  4. ควรรับแสงแดดอ่อน ๆ โดยเฉพาะในช่วงเช้า หรือช่วงเย็น เพื่อกระตุ้นการสร้างวิตามินดีที่มีคุณภาพ เพื่อดึงแคลเซียมไปใช้ในการสร้างมวลกระดูก
  5. หมั่นดูแลสุขภาพจิตให้สดใสแข็งแรงควบคู่กับสุขภาพกาย
3 ข้อสังเกต บ่งชี้ภาวะกระดูกพรุน
  1. ส่วนสูงลดลง
  2. หลังค่อมขึ้น
  3. กระดูกหักง่าย

เราสามารถทราบภาวะกระดูกพรุนได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งมีการตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก (BMD) โดยตรวจที่กระดูกสันหลังระดับเอว และข้อสะโพก ร่วมกับเจาะเลือดตรวจหาระดับแคลเซียมและวิตามินดี

ส่วนวิธีการรักษาโรคกระดูกพรุนนั้น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่เเน่ชัด เป็นเพียงการชะลอการเสื่อมหรือป้องกันการสูญเสียของมวลกระดูก ด้วยวิธีการใช้ยา เช่น เเคลเซียม วิตามินดี และยาลดการทำลายกระดูก ซึ่งยาลดการทำลายกระดูกเป็นยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง นอกจากนั้นยังมีการให้ฮอร์โมนทดแทน รวมไปถึงการระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ หรือการหกล้ม ที่อาจะมีโอกาสทำให้กระดูกหักได้

เห็นได้ว่าสุขภาพดี ต้องเริ่มจากพื้นฐานของร่างกายที่แข็งแรงด้วย ฉะนั้นกระดูกของเราก็ต้องการการดูแลที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวัยใด ๆ ควรใส่ใจในสุขภาพ และหมั่นดูแลเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงทั้งภายในและภายนอก เพราะหากสุขภาพร่างกายของเราดีแล้ว สุขภาพจิตของเราก็ดีตามด้วย

Doctor
นพ. เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์

Specialty: ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ - การผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม

ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ - การผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม
Vejthani Hospital  เวชธานี