ภาวะนอนกรนในเด็ก อันตรายกว่าที่คิด ตรวจ “Sleep Test” ก่อนหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะนอนกรนในเด็ก อันตรายกว่าที่คิด ตรวจ “Sleep Test” ก่อนหยุดหายใจขณะหลับ

(Last Updated On: February 26, 2018)

คุณดุจดาว รุ่งธนวงศ์ มารดาของน้องเอ็ม เด็กชายณัฐชัย รุ่งธนวงศ์ มีความกังวลใจถึงภาวะการนอนหลับของบุตรชายที่กระทบต่อชีวิตประจำวัน จึงตัดสินใจพาบุตรชายเข้ามารับการตรวจสุขภาพการนอนหลับ Polysomnography หรือ Sleep Test ที่โรงพยาบาลเวชธานี เพื่อหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง

โดยคุณดุจดาว เล่าว่า “น้องเอ็มอายุ 10 ปี ศึกษาอยู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 น้ำหนกั ตวั 85.8 กิโลกรัมมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ มักกรนและหายใจเสียงดัง นอนหลับไม่สนิท ลุกกึ่งนั่งกึ่งนอนช่วงกลางดึก แต่ง่วงนอนและงีบในช่วงเวลากลางวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งระหว่างเรียนหนังสือและขณะสอบ คุณแม่ไม่แน่ใจว่าเป็นผลมาจากน้ำหนักตัว หรือเพราะปัญหาอื่น ๆ จึงอยากทราบว่าแท้จริงแล้วเกิดจากอะไร เพื่อแก้ไขและรักษาอย่างถูกวิธี”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มั่นใจกับการทำ Sleep Test 
“คุณแม่ได้ศึกษาและหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำ  Sleep Test มาแล้วเบื้องต้น
เป็นการตรวจสุขภาพการนอนหลับที่ไม่มีผลกระทบใด ๆ โดยก่อนตัดสินใจคุณหมอให้ข้อมูลว่า ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อร่างกายหรือผิวหนัง จึงมี
ความมั่นใจให้น้องเอ็มเข้ารับการทำ Sleep Test ครั้งนี้ และเชื่อว่าน้องเอ็มยังเด็ก หากทราบปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆจะสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ”
เตรียมตัวเพื่อตรวจ SleepTest
“การเตรียมตัวไม่มีอะไรพิเศษ ไม่จำเป็นต้องอดนอน คุณหมอแนะนำให้น้องเอ็มใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ เพียงแค่อาบน้ำสระผมให้สะอาดก่อนเข้ารับการทำ Sleep Test เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่จะติดอุปกรณ์ตามจุดต่าง ๆ ในช่วงเย็นก่อนเข้านอน”
นายแพทย์จุฬา คูอนันต์กุล กุมารแพทย์โรคระบบหายใจ โรงพยาบาลเวชธานีกล่าวถึงการตรวจสุขภาพการนอนหลับ Polysomnography หรือ Sleep Test ว่า “การตรวจสุขภาพการนอนหลับ ถือเป็นอีกการตรวจสำคัญเพื่อวิเคราะห์การทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายขณะนอนหลับ อาทิ ระบบการหายใจระดับออกซิเจนในเลือด การทำงานของคลื่นสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ กล้ามเนื้อและศึกษาพฤติกรรมบางอย่างขณะนอนหลับ สำหรับประกอบการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น การกระตุกของกล้ามเนื้อ และพฤติกรรมผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ เป็นต้น”
ความแตกต่างระหว่างการทำ Sleep Test ในเด็กและผู้ใหญ่ 
“โดยทั่วไปแล้วการตรวจและอุปกรณ์ที่ใช้กับเด็กและผู้ใหญ่ไม่ต่างกัน แต่ลักษณะการหายใจของเด็กและผู้ใหญ่
นั้นแตกต่างกัน การตรวจสุขภาพการนอนหลับในเด็ก จึงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กโดยเฉพาะในการตรวจ”
ขั้นตอนตรวจสุขภาพการนอนหลับ
“ผู้ปกครองและเด็ก ต้องมาพบแพทย์
ก่อน 1 ครั้ง เพื่อวินิจฉัยระดับอาการและตรวจว่ามีโรคอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ภูมิแพ้ หรือภาวะน้ำหนักตัวเกินพร้อมทั้งประเมินภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการนอนกรนด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง เมื่อแพทย์วินิจฉัยเห็นสมควรแล้ว จึงส่งตัวคนไข้เข้ารับการตรวจ Sleep Test ต่อไป” “สำหรับการตรวจ Sleep Test นั้น จะเริ่มติดอุปกรณ์และเครื่องมือในช่วงหัวค่ำ และเริ่มตรวจจับคลื่นสัญญาณต่าง ๆ ในช่วงเวลากลางคืนขณะที่เด็กนอนหลับโดยแพทย์จะจำลองให้ลักษณะการนอนหลับของเด็ก มีความใกล้เคียงกับลักษณะการนอนหลับปกติมากที่สุด หลังจากนั้นแพทย์จะถอดเครื่องมือในช่วงเช้าและนำอุปกรณ์ไปวิเคราะห์ค่าต่าง ๆ เพื่อนำมาประเมินผลการรักษา”
การตรวจ Sleep Test มีผลข้างเคียงหรือไม่  
“กล่าวได้ว่า การทำ Sleep Test แทบไม่มีผลข้างเคียง หรือมีน้อยมาก เช่น อาจเกิดรอยแดงจากพลาสเตอร์ในบริเวณที่ติดอุปกรณ์เท่านั้น โดยรอยแดงเหล่านี้จะค่อย ๆ จางลงและหายเป็นปกติตามเดิมในระยะเวลาสั้น ๆ”
ผลการตรวจ Sleep Test ของน้องเอ็ม และคำแนะนำจากแพทย์ 
“จากผลการตรวจ Sleep Test ของน้องเอ็ม พบว่า มีการหายใจแผ่ว และมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ราว 3-4 ครั้ง/ชั่วโมง ยังไม่จัดว่าอยู่ในระดับรุนแรงเท่าใดนัก แต่ต้องติดตามอีกรยะหนึ่งซึ่งสาเหตุหลักคือปัญหาน้ำหนักตัวที่มากเกินเกณฑ์ปกติ และอาการภูมิแพ้ นอกจากนี้ยังพบว่าต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์โตเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด”
“สำหรับแนวทางแก้ไข แพทย์แนะนำให้น้องเอ็ม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และออกกำลังกายให้มากขึ้น เพื่อควบคุมน้ำหนักตัว และรักษาภาวะภูมิแพ้ ซึ่งหากสาเหตุเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม ก็มีโอกาสที่จะเป็นหนักมากขึ้น และส่งผลกระทบอื่น ๆ ต่อสุขภาพ เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง และกลุ่มอาการทางเมตาบอลิก(Metabolic Syndrome) หรือกลุ่มอาการอ้วนลงพุงนั่นเอง”
ด้าน น้องเอ็ม เด็กชายณัฐชัย รุ่งธนวงศ์ ผู้เข้ารับการตรวจ Sleep Test เผยความรู้สึกหลังตรวจสุขภาพการนอนหลับ ว่า “ผมนอนหลับสบายไม่รู้สึกเจ็บอะไรครับ หลังจากทราบผลตรวจแล้ว คุณหมอแจ้งว่าปัญหาหลักคือน้ำหนักตัว จึงแนะนำให้ผมควบคุมปริมาณอาหาร และออกกำลังกาย โดยผมก็จะตั้งใจควบคุมน้ำหนักต่อไปครับเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ”
นพ.จุฬา คูอนันต์กุล
กุมารแพทย์โรคระบบหายใจ
Vejthani Hospital  เวชธานี