TALK TO DOCTORS : Post your Questions   To make an online appointment Plan your visit to Vejthani Hospital
 
 
   
 
คำถามยอดฮิตจากคุณแม่เกี่ยวกับการนอนของลูก
  • เด็กควรนอนวันละกี่ชั่วโมง
  •  เราควรปลุกเด็กให้ดื่มนมตามเวลาหรือไม่
  •  เด็กจะนอนได้ทั้งคืนโดยไม่ตื่นมากินนมตอนอายุเท่าไร
  •  ทำไมเด็กเล็กๆ บางคน ตื่นบ่อยและโยเยตอนกลางคืน ตื่นแล้วไม่ยอมนอน ต้องอุ้มกล่อมหรือป้อนนมทุกครั้ง บางคนถึงขนาดต้องหลับบนอกพ่อแม่ทั้งคืน
 
         ปัญหาการนอนของเด็กตั้งแต่วัยขวบปีแรกจนถึงเด็กโตพบได้บ่อยๆ การพาเด็กเข้านอนจนกระทั่งเด็กหลับไป อาจเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับบางครอบครัว การได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ สามารถจัดการให้เด็กเข้านอนได้ง่าย เด็กหลับสบายและนานขึ้น ที่สำคัญคือเด็กสามารถบังคับตัวเองให้หลับได้ง่ายและเร็วขึ้นเมื่อถึงเวลานอน

กระบวนการนอนและพฤติกรรมการนอนที่ปกติของเด็ก

         โดยทั่วไปประมาณ 1 ใน 5 ถึง 1 ใน 4 ของเด็กวัยก่อน 3 ปีแรก จะพบว่ามีอาการหลับยากและมักตื่นกลางดึกบ่อยๆ เด็กวัย 3 – 5 ปี มักกลัวความมืด กลัวเสียงดัง กลัวการนอนคนเดียว เด็กโตอาจพบว่ามีอาการฝันร้าย หรือตื่นกลัวตอนกลางคืน มักพบอาการฝันร้ายในเด็กวัย 10 ปีแรก และพบบ่อยที่สุดในช่วง 5 – 7 ปี โดยพบประมาณร้อยละ 1 – 4
 
         มีคำถามว่าควรจะให้เด็กนอนด้วย หรือให้เด็กนอนคนเดียวตามวัฒนธรรมตะวันตก เรื่องนี้แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละครอบครัว แต่มีการศึกษาหลายแหล่งที่แสดงว่า เด็กที่นอนร่วมกับผู้ใหญ่จะมีโอกาสตื่นกลางดึก มากกว่าเด็กที่ปล่อยให้นอนตามลำพังคนเดียวถึง 2 – 3 เท่า ยิ่งเด็กที่ดูดนมแม่และนอนกับแม่ยิ่งตื่นกลางดึกบ่อย มากกว่าเด็กที่นอนคนเดียว

        
ปกติการนอนหลับจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ REM (Rapid eye movement) และ NREM (Non-rapid eye movement) สำหรับระยะการนอนหลับช่วง REM Sleep การหลับจะเป็นแบบตื้นๆ ร่วมกับการกรอกตาไปมาอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย ชีพจรและการหายใจอาจไม่สม่ำเสมอ ความฝันจะเกิดในช่วงนี้ ส่วน NREM Sleep ชีพจรและการหายใจจะช้าลง สม่ำเสมอ การเคลื่อนไหวลำตัวจะน้อยที่สุด เป็นช่วงที่อวัยวะต่างๆ ได้หยุดพักมากที่สุด REM Sleep ในเด็กแรกเกิด จะเกิดประมาณร้อยละ 50 ของการนอนและลดลงจนอายุ 5 ปี จะเท่ากับผู้ใหญ่คือ ร้อยละ 20 – 25 ของการนอนหลับทั้งหมด

         ระยะเวลาการนอนหลับจะแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ ทารกแรกเกิดนอน 16 – 17 ชั่วโมงต่อวัน เด็กอายุ 3 – 4 เดือน สามารถนอนติดต่อกันได้ถึง 5 ชั่วโมง อายุ 4 – 6 เดือน เด็กควรจะหลับได้ด้วยตัวเอง อายุ 1 ปี เด็กจะนอนวันละประมาณ 14 ชั่วโมง อายุ 2 ปี จะนอนวันละ 13 ชั่วโมง และส่วนใหญ่มักไม่นอนตอนเช้า พออายุ 3 – 5 ปี ส่วนใหญ่จะนอนตอนบ่าย 1 ครั้ง ร้อยละ 75 ของเด็กอายุ 5 ปี ไม่ต้องการนอนกลางวัน

         ปัญหาการนอนของเด็กที่พบบ่อยๆ คือหลับยาก มักต้องให้พ่อแม่ช่วยอุ้มกล่อมเขย่า หรือติดดูดนมก่อนหลับ เด็กเหล่านี้ไม่ได้ถูกฝึกให้นอนได้ด้วยตัวเอง โดยธรรมชาติของเด็กเล็กๆ ต้องตื่น รู้สึกตัวเป็นพักๆ ขณะหลับอยู่แล้ว แต่พ่อแม่มักตอบสนองต่อเด็กมากเกินเหตุ ด้วยการเข้าไปอุ้ม กล่อม หรือให้ดูดนมทุกครั้งที่เด็กร้อง ทำให้เด็กติดและไม่สามารถหลับได้ด้วยตัวเอง
 
แก้ป้ญหา
         เด็กที่มีปัญหาการนอนตั้งแต่ขวบปีแรกและไม่ได้รับการแก้ไข มักพบว่าปัญหาจะดำเนินต่อไปเมื่อเด็กโตขึ้น ดั้งนั้นสิ่งสำคัญคือต้องฝึกให้เด็กเล็กรู้จักนอนหลับได้ด้วยตัวเอง โดยจัดช่วงเวลาให้เด็กได้งีบและนอนหลับตามตารางที่แน่นอนและสม่ำเสมอ ควรให้เด็กนอนบนเตียงตั้งแต่เริ่มผ่อนคลายหรือง่วง ไม่ใช่ช่วงที่เด็กหลับไปแล้ว เพื่อให้เด็กรู้จักปรับตัวและบังคับตัวเองให้หลับได้ตั้งแต่เล็กๆ โดยไม่ต้องดูดนม ไม่ต้องอุ้มเขย่า และไม่สนใจเสียงร้องที่อาจมีขึ้นก่อนเด็กหลับ เพื่อให้ความทรงจำสุดท้ายก่อนเด็กหลับ คือการนอนได้โดยลำพัง ถ้าเด็กตื่นและร้องหานมควรใจแข็ง ประวิงเวลาให้นานที่สุดก่อนจะยอมให้เด็กดูดนมอีกครั้ง
 
         การเล่นกับเด็กมากเกินไปในช่วงเย็นหรือหัวค่ำ อาจทำให้เด็กเล็กๆ วัย 8 – 9 เดือนขึ้นไป นอนยาก หรือตื่นมาร้องกวนตอนดึก การแก้ปัญหาเด็กนอนดึกคือ ค่อยๆ ขยับเวลาตื่นให้เร็วขึ้น 15 นาที เพื่อให้เด็กรู้สึกง่วงเร็วขึ้น รวมถึงสามารถจัดตารางตื่นและเข้านอนได้ตามเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ การอ่านนิทานหรือเล่าเรื่องเบาๆ ก่อนนอน จะช่วยให้เด็กหลับได้เร็วขึ้น
 
นอนนั้น...สำคัญไฉน
         การนอนหลับอย่างมีคุณภาพจะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ สมาธิ ความจำ และการตัดสินใจ มีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้สมบูรณ์ สังเกตได้จากโรคภูมิแพ้จะกำเริบมากขึ้นหากนอนน้อย นอกจากนี้ โกรทฮอร์โมน (Growth hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนช่วยเร่งความสูงของเด็กๆ จะหลั่งได้ดีในช่วงกลางดึกที่เด็กหลับสนิทระยะหนึ่ง (NREM Sleep stage 3 และ 4) หากเด็กนอนน้อยจะกระทบต่อการหลั่งโกรทฮอร์โมน และอาจมีผลต่อศักยภาพในด้านความสูงของเด็กได้
 
 
สอบถามเพิ่มเติมที่ SUPER KID'S Center
โทร. 0-2734-0000 ต่อ 3310, 3312, 3319
 
พญ.ศุภรัตนา คุณานุสนธิ์
กุมารแพทย์
ปริญญาบัตร
  • แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
วุฒิบัตร/ ประกาศนียบัตร
  • วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขากุมารเวช
อบรม/ดูงาน/ประสบการณ์
  • แพทย์ประจำบ้าน สาขากุมารเวช โรงพยาบาลศิริราช
  • กุมารแพทย์ สาขาทารกแรกเกิด โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
สมาชิกสมาคมการแพทย์
  • สมาคมโรคติดเชื้อเด็ก
  • สมาคมทารกแรกเกิด
 
Untitled Document
  Thailand Consumers Choice,
   
Thailand Consumers Choice แบรนด์ที่อยู่ในใจมวลชน Consumers Choice หรือ CC เป็นเสมือนตัวชี้วัดความสำเร็จ ของแบรนด์ต่างๆ โดยดูจาก ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในตัวสินค้าและบริการ เฉพาะสาขานั้นๆ โดยมีพื้นฐานมาจากการเก็บข้อมูล
วิจัยขององค์กรอิสระซึ่งอยู่ภายใต้ การจัดการของบริษัท Asian Integrated Media จำกัด ปัจจุบัน Consumers Choice ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ในเอเชียแปซิฟิกและยุโรป และเมื่อเร็วๆ นี้
   โรงพยาบาลเวชธานี ได้รับการ ยืนยันจาก Consumers Choice ถึงการยอมรับของผู้บริโภค แล้วว่า เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในตลาด สาขาสถานพยาบาล ซึ่งประชาชน ให้ความไว้วางใจ และเชื่อมั่นใน คุณภาพการให้บริการ
   
Untitled Document By Thanisara

   

Untitled Document

 
  Call Center : 02-734-0000  Ambulance Service : 0-2734-0001  Fax :0-2734-0008
2012© Hospital Vejthani Hospital 1 Ladprao Road 111, Klong-Chan Bangkapi,Bangkok,Thailand 10240
Webmaster@vejthani.com

   
Vejthani Hospital
 
Thai Language Site english Language Site Japan Language Site Arabic Language Site Bangali Language Site
Deutsch Language Site Chinese Language Site Myanmar Language Site French Language russian Language
 
แนะนำแพคเกจ
 
ปรึกษาแพทย์ Online
อาการของคุณเป็นอย่างไร? เรามีคำตอบ
แน่นหน้าอก หายใจติดขัด
ปวดศีรษะ อาเจียน ง่วงนอน
หัวใจเต้นแรง ร่างกายอ่อนเพลีย
อุจจาระปนเลือด หรือ ปัสสาวะปนเลือด
อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือน