เมื่อพูดถึงการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม บางท่านอาจเคยทราบรายละเอียดมาบ้าง แต่หลายท่านอาจยังไม่รู้จักว่าการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม คืออะไร ประเทศไทยมีการผ่าตัดข้อสะโพกเทียมมานานกว่า 10 ปี และเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัยมาก แต่ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมาพบว่า แม้การผ่าตัดข้อสะโพกเทียมจะเป็นที่ยอมรับว่าปลอดภัย แต่ก็ยังพบว่ามีผลข้างหรือภาวะ แทรกซ้อนทีไม่พึงประสงค์หลายประการ ได้แก่
- ภาวะขาทั้ง 2 ข้าง สั้น – ยาวไม่เท่ากัน
- ภาวะข้อโพกเทียมหลวมและหลุดได้ง่ายหลังผ่าตัด
- อายุใช้งานของข้อสะโพกเทียมสั้นกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ต้องผ่าตัดแก้ไขใหม่
1. ข้อสะโพก คืออะไร
ข้อสะโพกเป็นข้อที่มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม (Ball and Socket joint) และเป็นข้อที่สามารถเคลื่อนไหวได้รอบทิศทาง เป็นข้อที่สามารถรับแรงกระแทกได้สูง ตัวอย่างเช่น จากการเดินและการวิ่ง หรือแม้แต่การนั่งยองๆ ซึ่งจะมีแรงกระทำที่บริเวณข้อสะโพกสูงมาก ดังนั้นข้อสะโพกจึงต้องมีขนาดใหญ่ และมีความแข็งแรงทนทาน และมีการเคลื่อนไหวได้คล่องตัว

2. ข้อสะโพกเทียม คืออะไร
ก่อนอื่นมารู้จักข้อสะโพกเทียมกันก่อน ข้อสะโพกเทียมประกอบด้วยส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ
- ส่วนเบ้าข้อสะโพก (Ace tabular) คือส่วนที่อยู่ด้านบน ติดกับส่วนกระดูก เชิงกราน โดยมีลักษณะเป็นกระดูกที่เว้าเข้าไปในกระดูกเชิงกรานเป็นรูปครึ่งวงกลม ทำหน้าที่รองรับส่วนของหัวข้อสะโพก
- ส่วนหัวข้อสะโพก (Femoral Head) คือส่วนหัวข้อสะโพกซึ่งอยู่ส่วนบนของกระดูกต้นขา
(Femur) โดยจะมีขนาดพอดีกับส่วนเบ้าข้อสะโพก
3. การผ่าตัดข้อสะโพกเทียม ทำในกรณีใดบ้าง
การผ่าตัดข้อสะโพกเทียม จะทำในกรณีที่มีภาวะการสึกหรอ หรือเสียหายของส่วนข้อสะโพก ซึ่งพบได้ในหลายกรณี ที่ได้พบได้บ่อย ได้แก่
- ภาวะหัวข้อสะโพกหัก ( Fracture Neck Femur ) ซึ่งมักพบในผู้ป่วยสูงอายุ โดยมักจะ
มีภาวะกระดูกพรุน(Osteoporosis) ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง หากเกิดอุบัติเหตุแม้ไม่รุนแรง เช่น ลื่นล้มก็อาจทำให้เกิดการแตกหักของหัวข้อสะโพกได้ ซึ่งในภาวะที่เป็นภาวะที่พบได้บ่อย และจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนเฉพาะส่วนหัวข้อสะโพกเทียม (Hemiarthroplasty) โดยไม่จำเป็น ต้องเปลี่ยน ส่วนเบ้าข้อสะโพก
- ภาวะข้อสะโพกเสื่อม (Osteoarthritis of Hip Joint ) เป็นภาวะที่พบในผู้สูงอายุมากๆ เนื่องจากมีการใช้งานของข้อสะโพกมาเป็นเวลานาน จนเกิดการสึกหรอของกระดูกอ่อนภายในข้อสะโพก เมื่อเกิดภาวะข้อสะโพกเสื่อมขั้นรุนแรงผู้ป่วยก็จะมีการปวด ขัด เคลื่อนไหวข้อสะโพกได้ลำบากและอาจตามมาด้วยขาข้างนั้นสั้นลง อันเนื่องจากการทรุดตัวของกระดูกบริเวณหัวข้อสะโพก
ภาวะข้อสะโพกเสื่อมก่อนการผ่าตัด ภาวะข้อสะโพกเสื่อมหลังการผ่าตัด
ภาวะหัวข้อสะโพกเสียเนื่องจากขาดเลือด (Avascular necrosis of Femoral Head) เป็นภาวะที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่จะเกิดภาวะเลือดไหลเวียนเข้าไปในส่วนหัวข้อสะโพกได้ไม่เพียงพอ ทำให้กระดูกส่วนหัวข้อสะโพกค่อยๆเสียไป และเกิดการทรุดตัวลงของส่วนหัวข้อสะโพก ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ขาสั้นลง และเคลื่อนไหวได้น้อยลงเรื่อยๆ ภาวะนี้มักพบในผู้ชายอายุระหว่าง 35-50 ปี
ภาวะข้อสะโพกขาดเลือดก่อนการผ่าตัด ภาวะข้อสะโพกขาดเลือดหลังการผ่าตัด
4. ทราบได้อย่างไรว่าข้อสะโพกมีปัญหา
นอกเหนือจากการเกิดอุบัติเหตุจนทำให้เดินไม่ได้ และปวดบริเวณข้อสะโพกแล้ว ซึ่งเป็นภาวะที่วินิจฉัยได้ไม่ยากโดยการพบแพทย์และเอ็กซเรย์บริเวณข้อสะโพก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุมักต้องระวังภาวะกระดูกข้อสะโพกหัก แต่แม้หากไม่มีอุบัติเหตุ ถ้ามีอาการปวดเสียวบริเวณข้อสะโพก หรือมีภาวะขาสั้นยาวไม่เท่ากัน ร่วมกับอาการปวดบริเวณข้อสะโพก ก็ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจและเอ็กซเรย์ บริเวณข้อสะโพกให้แน่ใจ ซึ่งในผู้สูงอายุก็ต้องระวังภาวะข้อสะโพกเสื่อม ส่วนในคนอายุน้อยก็อาจมีภาวะข้อสะโพกเสียจากภาวะหัวกระดูกข้อสะโพกขาดเลือด
5. หากจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดข้อสะโพกเทียมจะมีวิธีหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้อย่าง ไร
- อายุการใช้งานของข้อสะโพกเทียม ซึ่งขึ้นกับปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ ชนิดของข้อสะโพกเทียมที่ใช้ และความสามารถ ความชำนาญในการผ่าตัดของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด ในด้านชนิดของข้อสะโพกเทียมปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการออกแบบ และชนิดของวัสดุที่ใช้ทำข้อสะโพกเทียมให้มีความคงทนอยู่ได้นาน 10 - 20 ปี ขึ้นไปแต่ทั้งนี้ยังขึ้นกับความชำนาญของแพทย์ในการวางตำแหน่งของข้อสะโพกเทียมให้ถูกต้อง การวางตำแหน่งข้อสะโพกเทียมไม่ถูกต้อง จะมีผลทำให้อายุใช้งานของข้อสะโพกเทียมลดลง
- ภาวะข้อสะโพกหลุดหลังการผ่าตัด สาเหตุที่พบได้หลังการผ่าตัดโดยมักพบภายในช่วง 6 สัปดาห์ หลังการผ่าตัด สาเหตุมักเกิดจากปัจจัย 2 ประการ คือ ผู้ป่วยไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์หลังผ่าตัด และความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด ในการจัดความมั่นคงของข้อสะโพกในระหว่างการผ่าตัดให้เหมาะสม เพราะหากหลวมเกินไปก็จะเกิดภาวะข้อสะโพกหลุดได้ง่าย แต่ก็ไม่ควรตึงเกินไปเพราะจะทำให้เคลื่อนไหวข้อสะโพกเทียมได้น้อยลง
หัวข้อสะโพกเทียมหลุด เบ้าข้อสะโพกเทียมเคลื่อน กระดูกหักขณะใส่ข้อสะโพกเทียม
- ภาวะขาสั้น-ยาวไม่เท่ากัน เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม เพื่อให้หลังผ่าตัดขาทั้ง 2 ข้างของผู้ป่วยจำเป็นต้องให้มีความยาวใกล้เคียงกันมากที่สุด ทั้งนี้ในระหว่างการผ่าตัด แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด จำเป็นต้องตรวจสอบความยาวของขาทั้ง 2 ข้างให้มั่นใจว่ามีความยาวใกล้เคียงกันมากที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดอย่างสูง
6. เครื่องคอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างไรในการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่าผลของการผ่าตัดข้อสะโพกเทียมนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด แต่การศึกษาพบว่าแม้แพทย์ที่มีความชำนาญสูง ก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวข้างต้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อสะโพกเป็นข้อที่อยู่ลึกโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วน ยิ่งทำให้การวางตำแหน่งเบ้าสะโพกทำได้ยาก ลำบาก แม้การจัดขาทั้ง 2 ข้างให้มีความยาวเท่ากัน ก็ทำได้ยากเช่นกัน เนื่องจากในระหว่างผ่าตัด จำเป็นต้องมีผ้าที่สะอาดปลอดเชื้อคลุมตัวผู้ป่วยส่วนอื่นไว้ทั้งหมด ทำให้การจัดความยาวขาได้ไม่แม่นยำ ดังนั้นจึงมีการพัฒนานำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยในการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม เพื่อช่วยลดปัญหาความดังกล่าว
การผ่าตัดข้อสะโพกเทียมด้วยระบบคอมพิวเตอร์นั้น จะช่วยให้แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดสามารถเห็นภาพของข้อสะโพกผู้ป่วยบนจอคอมพิวเตอร์ และมีการเคลื่อนไหวไปมาพร้อมๆกับผู้ป่วยตลอด เวลา (Real Time) โดยอาศัยเทคโนโลยีระบบนำล่อง (Navigation system) คอมพิวเตอร์จะสามารถช่วยบอกมุมต่างๆของข้อสะโพกให้แพทย์ผู้ทำผ่าตัดได้อย่างละเอียดในลักษณะ3 มิติ ทำให้ในระหว่างผ่าตัดแพทย์สามารถทราบข้อมูลของมุมต่างๆของเบ้าสะโพกเทียมว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ รวมทั้งส่วนหัวข้อสะโพกเทียมว่าวางในตำแหน่งที่ดีที่สุดหรือไม่ ได้อย่างชัดเจนบนจอคอมพิวเตอร์
นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ยังสามารถบอกความยาวของขาที่เปลี่ยนไปอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าขาทั้ง 2 ข้างของผู้ป่วยจะยาวเท่ากัน นอกจากนั้นคอมพิวเตอร์จะช่วยให้ข้อมูลแก่แพทย์อย่างละเอียดแม่นยำแล้ว ด้วยระบบนำล่อง (Navigation System) ยังทำให้แพทย์รู้ข้อมูลในทันทีระหว่างทำการผ่าตัด ทำให้แพทย์สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ทันทีขณะทำการผ่าตัด ซึ่งต่างจากในอดีตที่ต้องรอดูเอ็กซเรย์หลังผ่าตัด หากเกิดความคลาดเคลื่อนขึ้นก็ไม่สามารถแก้ไขได้หรืออาจจำเป็น ต้องเข้าไปทำการผ่าตัดแก้ไขอีกครั้ง ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้ป่วยอย่างมาก และคงไม่มีผู้ป่วยรายใดที่ต้องการโดนผ่าตัดซ้ำ
ดังนั้นการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการผ่าตัดข้อสะโพกเทียม จึงเป็นการนำเทคโนโลยีที่ทัน สมัยมาประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดเพื่อให้การผ่าตัดได้ผลดีที่สุด ปลอดภัยยิ่งขึ้น มีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดน้อยลง และช่วยให้มีอายุการใช้งานของข้อสะโพกเทียมได้นานยิ่งขึ้น
|