Health Magazine : Hospital Magazine 37 oC

Vejthani Hospital International Medical & Health Care Services, hospital thailand
is one of the most modern private hospitals in Bangkok, Thailand. Internation Hospital in Asia Pacific. We offer full range of medical services in Thailand including skin treatment, dental practices, orthopedic, plastic surgery, face lift, limbs lengthening treatment and More....
   
     
 
       
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
โทร. 02-734-0000 ต่อ 4605
   

 

   

 

 

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ... ความหวังใหม่ของผู้มีบุตรยาก

 
     
 

  “ครอบครัว” โดยทั่วไปจะสมบูรณ์ได้ก็ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก แต่คู่สามีภรรยาหลายคู่ต้องประสบปัญหาภาวะมีบุตรยากทำให้ต้องผิดหวังกับความตั้งใจในการมีบุตร แต่ด้วยความก้าวหน้าของวิทยาการทางด้านการแพทย์ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการช่วยการเจริญพันธุ์ และทำให้หลายคู่ประสบผลสำเร็จมาแล้ว

จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นผู้มีบุตรยาก
คู่สามีภรรยาที่มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยไม่ได้คุมกำเนิด เป็นระยะเวลา 1 ปี แล้วยังไม่ตั้งครรภ์

ขั้นตอนการรับการรักษา

  • การให้คำแนะนำในการรักษา

แพทย์จะซักประวัติประจำเดือน ประวัติการแต่งงานและการมีบุตร การมีเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิด ประวัติส่วนตัวบางอย่าง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ เป็นต้น
ในการมารับบริการครั้งแรกควรมาพร้อมกันทั้งสามีและภรรยาเพื่อรับคำปรึกษาและหาสาเหตุการมีบุตรยากจากทั้งสองฝ่าย (กรณีเคยรับการรักษามาก่อน ควรนำผลการตรวจมาด้วย เช่น อัลตราซาวด์ การฉีดสีเอ็กซเรย์ท่อนำไข่ เพื่อแพทย์จะทำการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง)

  • การตรวจหาสาเหตุในฝ่ายชายและฝ่ายหญิง

ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะได้รับการตรวจร่างกาย, ตรวจเลือดเพื่อประเมินว่าคู่สมรสมีโรคหรือภาวะบางอย่างที่มีอันตรายหรือเป็นข้อห้ามในการตั้งครรภ์หรือไม่ ได้แก่ กรุ๊ปเลือด (Blood group), ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC), เชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBs Ag), ภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี (Anti HBs), ซิฟิลิส (VDRL), ภูมิไวรัสเอดส์ (Anti HIV) ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (Rubella เฉพาะฝ่ายหญิง)
ฝ่ายชายจะได้รับการตรวจอสุจิ ถ้าพบว่ามีความผิดปกติจะได้รับการตรวจเลือดเพื่อหาระดับฮอร์โมนในร่างกายเพิ่มเติม (FSH, LH, Testosterone, Prolactin)
ฝ่ายหญิงจะได้รับการตรวจดูระดับฮอร์โมนเพศ (FSH, LH, Prolactin, Progesterone, Estradiol) ในช่วงต่างๆ ของรอบเดือน ตรวจมูกปากมดลูก ตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอดดูขนาดของไข่, ฉีดสีเอ็กซเรย์ท่อนำไข่ (Hysterosalpingogram)
แพทย์จะตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุว่า มีปัญหาท่อนำไข่ รังไข่ มดลูก หรือเชื้ออสุจิไม่แข็งแรง จากนั้นรักษาตามสาเหตุ การเลือกวิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลความจำเป็นและสภาพของผู้รับบริการทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
เมื่อทราบถึงสาเหตุและได้ผ่านการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกวิธีแล้ว แพทย์จะเลือกใช้แนวทางการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยในการเจริญพันธุ์ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ทั้งนี้ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละรายด้วย ได้แก่

  • การกระตุ้นรังไข่และการผสมเทียม (Intrauterine Insemination: IUI) การฉีดเชื้ออสุจิที่แข็งแรงผ่านเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมกับการปฏิสนธิ (ช่วงเวลาไข่ตก) วิธีนี้จะทำในกรณีที่ฝ่ายหญิงไม่มีปัญหาเรื่องท่อนำไข่อุดตัน นอกจากนี้ในกรณีอื่น เช่น ปัญหาบางส่วนที่ปากมดลูก, ภาวะฮอร์โมนรังไข่ทำงานผิดปกติ หรือยังไม่ประสบความสำเร็จโดยวิธีธรรมชาติหรือนับช่วงวันไข่ตก และเป็นวิธีรักษาอีกทางเลือกหนึ่งในกรณีที่ฝ่ายชายมีปัญหาเรื่องความสมบูรณ์ของเชื้อ หรือมีปัญหาด้านการหลั่งเชื้อ
  • กิฟท์ (Gamete Intra Fallopian Transfer: GIFT) คือ การนำเซลล์สืบพันธุ์ (เซลล์ไข่และเซลล์อสุจิ) ไปใส่ที่ท่อนำไข่ เริ่มจากการนำไข่ออกมาก่อน หลังจากนั้นจึงนำไข่กับเชื้อฉีดเข้าท่อนำไข่ผ่านการผ่าตัดส่องกล้อง ให้ไข่กับเชื้อผสมกันบริเวณท่อนำไข่ ถ้าเชื้อสมบูรณ์ดีจะเกิดการปฏิสนธิ จากนั้นตัวอ่อนจึงค่อยๆ เคลื่อนมาฝังตัวที่โพรงมดลูกเพื่อเกิดการตั้งครรภ์ต่อไป การทำ GIFT ถือเป็นการรักษาภาวะการมีบุตรยากในยุคแรกๆ ข้อดีคือเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จค่อนข้างสูง แต่ข้อเสียคือต้องมีการผ่าตัด
  • ซิฟท์ (Zygote Intra Fallopian Transfer: ZIFT) วิธีการคล้ายกับการทำ GIFT แต่จะทำการปฏิสนธิภายนอกร่างกายจนเจริญเป็นตัวอ่อนระยะ 1 เซลล์ ที่เราเรียกว่า Zygote แล้วจึงทำการผ่าตัดส่องกล้องเช่นเดียวกับวิธีการ GIFT เพื่อใส่ตัวอ่อนที่เป็น Zygote เข้าไปในท่อนำไข่เช่นกัน วิธีนี้เหมาะสำหรับคู่สมรสที่ฝ่ายหญิงมีท่อนำไข่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง
  • เท็ท (Tubal Embryo Transfer: TET) คือ การเลี้ยงไข่ที่ปฏิสนธิแล้วต่ออีก 1 วัน ให้มีการแบ่งเซลล์ก่อน อาจเป็นระยะ 2-4 หรือ 6 เซลล์ หรือที่เรียกว่า “ตัวอ่อน” แล้วจึงใส่กลับเข้าไปที่ท่อนำไข่ ZIFT และ TET ต่างจาก GIFT  คือรอให้มีการปฏิสนธิกัน แล้วจึงใส่กลับสู่โพรงมดลูก
  • ไอวีเอฟ (In Vitro Fertilization with Embryo Transfer: IVF-ET) หรือเด็กหลอดแก้ว คือ การปฏิสนธินอกร่างกาย โดยการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นรังไข่ให้ได้ไข่หลายๆ ใบ เมื่อไข่สุกเต็มที่แล้ว จะทำการเจาะเก็บไข่ออกมา นำไข่มาผสมกับเชื้ออสุจิในห้องปฏิบัติการ และทำการเพาะเลี้ยงให้เกิดการปฏิสนธิ จากนั้นเซลล์จะแบ่งตัวตามระยะต่างๆ เมื่อได้ตัวอ่อนที่แข็งแรงในระยะเวลาที่เหมาะสมแล้ว จึงย้ายตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูก ทั้งนี้โอกาสสำเร็จต้องขึ้นอยู่กับสภาพของเชื้ออสุจิและไข่ วิธีนี้จะทำในรายที่ท่อนำไข่เสียไปแล้ว เช่น ท่อนำไข่อุดตัน เป็นต้น

กระบวนทำเด็กหลอดแก้วด้วยการใช้ฮอร์โมนช่วยกระตุ้นให้ได้ไข่หลายๆ ใบ มาผสมกับเชื้อด้านนอกได้ตัวอ่อนหลายๆ ตัว ทำให้มีโอกาสได้ตัวอ่อนมาก เช่น ได้ตัวอ่อน 4 ตัว เลือกตัวที่แข็งแรงที่สุดย้ายมาฝังตัว ตัวอ่อนที่เหลือยังสามารถนำไปแช่แข็ง กรณีที่ตัวอ่อนตัวแรกที่นำไปฝังตัวไม่ติด ยังสามารถนำตัวอ่อนที่เก็บไว้มาใช้ได้ ช่วยเพิ่มอัตราการประสบความสำเร็จได้ และทำให้ประหยัดไม่ต้องทำการกระตุ้นรังไข่บ่อยๆ อีกด้วย

  • อิ๊กซี่ (Intra Cytoplasmic Sperm Injection: ICSI) คือ การช่วยปฏิสนธินอกร่างกายในระหว่างกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว ภายหลังจากทำการเจาะไข่ออกมาแล้ว จะใช้เข็มแก้วที่มีขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่าเส้นผมดึงเซลล์อสุจิ 1 เซลล์แล้วฉีดเข้าไปในไข่เพื่อช่วยการปฏิสนธิโดยตรง
  • พีจีดี (Pre-implantation Genetic Diagnosis: PGD) คือ การตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมก่อนการย้ายตัวอ่อน โดยนำเซลล์ตัวอ่อนมาเจาะเปลือกออกเล็กน้อยแล้วดึงเซลล์ที่อยู่ภายใน 1 - 2 เซลล์ออกมาตรวจ เพื่อตรวจสอบ "หน่วยพันธุกรรม" ที่จำเป็นรวมทั้งโครโมโซมเพศด้วย วิธีนี้นอกจากจะใช้วินิจฉัยความผิดปกติของโรคทางพันธุกรรมแล้ว ยังทำให้ทราบเพศของ "ตัวอ่อน" ได้อีกด้วย
  • LAH (Laser Assisted Hatching) เทคโนโลยีช่วยในการฟักตัวอ่อน

ปัจจัยสำคัญอีกประการที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการตั้งครรภ์คือ การฟักตัวของตัวอ่อนออกจากเปลือกไข่ เพื่อฝังตัวกับผนังมดลูกและเจริญเติบโตต่อไป เทคโนโลยี LAH จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ตัวอ่อนฟักตัวออกมาภายนอกเปลือกได้ง่ายขึ้น ด้วยการเจาะรูบริเวณเปลือกนอกของไข่ ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่เปราะบาง ช่วยให้ตัวอ่อนดันให้เปลือกนอกแตก และหลุดออกมาเจริญเติบโตต่อไปได้ ในยุคแรกจะใช้เข็มที่ทำจากปลายหลอดแก้วที่เรียวเล็กมากๆ เจาะบริเวณเปลือกนอกของไข่นิยมเจาะเปลือกนอก ในวันที่ 2 ของการปฏิสนธิ แต่ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้ ช่วยเพิ่มความแม่นยำมากขึ้น ทำให้ตัวอ่อนฟักตัวออกมาภายนอกเปลือกได้สมบูรณ์ พร้อมที่จะเจริญเติบโตอย่างปกติ การช่วยฟักตัวของตัวอ่อนจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สูงขึ้นอย่างมาก

  • การให้ความยินยอมรับการรักษา

เมื่อตัดสินใจเข้ารับการรักษา ทางโรงพยาบาลจะให้คู่สมรสลงนามยินยอมรับการรักษา หากมีข้อบ่งชี้ที่จะต้องรับการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร โทร. 02-734-0000 ต่อ 4605

 
 

    

 
       

Untitled Document

   
 
 
 
   
 
   
 
   
 
   
 
   
 
   
 
   
 

 
 
Untitled Document
 
2008 Copy right Hospital Vejthani Hospital.