|
โรคหัวใจ ยังคงเป็นสาเหตุใหญ่คร่าชีวิตคนทั่วโลก บางคนจากไปเพราะโรคนี้อย่างไม่ทันตั้งตัว บางคนหัวใจหยุดเต้นจนเฉียดใกล้คำว่า ความตาย แต่ก็มีโอกาสกลับมาหายใจได้อีกครั้ง คุณประทวน สวัสดี ปัจจุบันอายุ 68 ปี เคยผ่านวิกฤตนั้นมาแล้ว และตื่นขึ้นมาพร้อมกับการเผชิญกับโรคหัวใจอันร้ายกาจมากว่า 8 ปี โดยไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่เกือบพรากชีวิตตนไปจากครอบครัว จนกระทั่งวันหนึ่งในปีที่ 60 ของชีวิต...
“ ขณะจอดรถติดไฟแดง จู่ๆ ก็หมดสติถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าหัวใจหยุดเต้นต้อง ใช้เครื่องช็อคไฟฟ้ากระตุ้นหัวใจให้กลับมาเต้นอีกครั้ง หมดสติไป 5 วัน พอฟื้นขึ้นมาถึงรู้ว่าเป็นโรคหัวใจ หลังจากนั้นได้รักษามาหลายวิธี ผ่านการทำบอลลูนหลายครั้ง จนตอนนี้หลอดเลือดเกือบทุกเส้นถูกใส่บอลลูน แทบไม่เหลือหลอดเลือดที่สมบูรณ์แล้ว
|
และยังผ่าตัดทำบายพาร์ด จี้ไฟฟ้าหัวใจ กินยา ฉีดสี ทำหลายอย่างมาก ร่างกายถูกส่งตรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่า รักษาไม่นานอาการก็กลับมาเป็นอีก การรักษายืดเยื้อ ค่ารักษาก็สูงขึ้นตามไปด้วย หมดค่ารักษาพยาบาลไป 6 ล้านกว่าบาท เปลี่ยนโรงพยาบาลมาหลายแห่ง รักษามาขนาดนี้แต่ก็ยังมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติอยู่ ใจสั่นวูบเป็นลม หลังจากย้ายมาเวชธานี
คุณหมอตรวจพบว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะจึงให้การรักษาโดยใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจได้ 2 เดือนกว่าแล้ว เพื่อรักษาอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ กลับมาขับรถ เดินออกกำลังกาย ไปไหนมาไหนได้ ซึ่งตอนนี้ถ้ามีโอกาสก็จะนำคำแนะนำดีๆ จากคุณหมอไปแนะนำให้คนอื่นๆ ต่อ และอยากฝากเรื่องของตัวเองไว้เป็นอุทาหรณ์กับทุกคนให้หันมาดูแลสุขภาพ อาหารการกิน ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่าชะล่าใจเหมือนผมซึ่งเดิมเคยสูบบุหรี่ ชอบกินของมันๆ แต่เห็นว่าเลิกมา 30 ปีแล้วสุขภาพดีมาตลอดไม่คิดว่าจะเป็นอะไร พอรู้ตัวอีกทีก็เกือบสายไปแล้ว ” ปัจจุบันคุณประทวนประกอบธุรกิจส่วนตัวพร้อมกับการเป็นนักสังคมสงเคราะห์ รับเชิญเป็นวิทยากรให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมให้กับหน่วยงานต่างๆ
ศ.นพ.เกียรติชัย ภูริปัญโญ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจโรงพยาบาลเวชธานี แพทย์ผู้ให้การรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะกล่าวถึงกรณีนี้ว่า “ ควรมีการตรวจให้ทราบว่า เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่ เป็นชนิดใด และมีความรุนแรงเพียงใด ซึ่งทำได้โดยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจคลื่นไฟฟ้าแบบพกพาเป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง การตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจโดยการใส่สายสวนหัวใจ และทำการตรวจเพื่อให้ทราบว่าผู้ป่วยมีโรคหัวใจชนิดอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะการออกกำลังกาย ตรวจ Tilt Table Test, CT 64 Slice และ Cardiac MRI รวมทั้ง การตรวจฉีดสีผ่านสายสวนหัวใจ
ในผู้ป่วยกรณีนี้ เนื่องจากมีการเต้นของหัวใจที่เร็วและช้าสลับกัน จึงรักษาด้วยการจี้ด้วยไฟฟ้าผ่านสายสวนหัวใจ ซึ่งไม่ต้องผ่าตัด ร่วมกับการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และสามารถกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติได้
บางรายที่หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หัวใจจะหยุดสูบฉีดเลือด อาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และทำให้เสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งหากเกิดขึ้นห่างไกลจากโรงพยาบาลโอกาสที่จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีมีน้อย ซึ่งการรักษาที่ให้ผลดีที่สุด คือการผ่าตัดใส่เครื่องช็อคไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติชนิดผ่าตัดฝังติดตัวผู้ป่วย หรือที่มักเรียกกันว่า AICD ( Automatic Implantable Cardioverter Defibrillator) เครื่องจะส่งไฟฟ้าพลังงานสูงผ่านหัวใจ ให้สัญญาณไฟฟ้าหัวใจที่ผิดจังหวะกลับมาปกติในทันที สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้
อย่างไรก็ตาม การตรวจสุขภาพเป็นประจำเป็นเรื่องสำคัญ โรคบางอย่างมักจู่โจมอย่างไม่คาดคิด อย่าให้เกิดโรคก่อนแล้วถึงมาคิดดูแลตัวเอง ยิ่งรอนานจะยิ่งเพิ่มความรุนแรงของโรคมากขึ้น ” นพ.เกียรติชัยกล่าวทิ้งท้าย
ข้อมูลโดย ศูนย์หัวใจโรงพยาบาลเวชธานี
|