|
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่นำมาใช้จะเป็นก๊าซบริสุทธิ์ โดยใน
วงการแพทย์มีการนำมาใช้ก่อนอยู่แล้ว เช่น การฉีดเข้าไปใน
ช่องท้องขณะส่องกล้องตรวจอวัยวะภายในเป็นต้น ซึ่งพิสูจน์แล้ว
ว่าไม่ส่งผลอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
สามารถละลายน้ำได้ดีและสลายตัวได้รวดเร็ว เมื่อฉีดก๊าซ
คาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในผิวหนังอาจมีอาการปวดและรู้สึกตึงๆ
บริเวณผิวบ้าง เมื่อคลำผิวจะได้ยินก๊าซใต้ผิวหนัง แต่จะหายไปเอง
ภายในเวลา 1 ชั่วโมง และร้อยละ30 พบว่ามีรอยช้ำเกิดขึ้น
และจะหายไปได้เอง
ข้อระวังคือ ไม่ควรฉีดในผู้ที่มีปัญหาทางจิต และผู้ที่มี
โรคที่เกิดจากระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ เช่น ความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจ โรคเลือด หรือผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ เพราะ
หากก๊าซบางส่วนผ่านเข้าไปในระบบไหลเวียนเลือด อาจทำให้
อาการดังกล่าวแย่ลง ก่อนปล่อยก๊าซเข้าไป แพทย์จึงต้องมั่นใจ
ก่อนว่าก๊าซดังกล่าวจะไม่ผ่านเข้าไปในเส้นเลือดโดยตรง |
การนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้นั้น สามารถทำได้ด้วย วิธีการง่าย ๆ โดยแพทย์จะทำความสะอาดผิวชั้นนอกด้วย แอลกอฮอล์ จากนั้นจะใช้เข็มฉีดยาที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด เล็กมาก ประมาณ 0.3 มม. สอดเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แล้วปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในแต่ละส่วนตาม ปริมาณที่เหมาะสม โดยขณะที่ก๊าซผ่านเข้าสู่ชั้นผิวนั้นจะรู้สึกอุ่น บริเวณที่ฉีดเล็กน้อย เมื่อคลำผิวบริเวณที่ฉีดจะได้ยินเสียงเหมือนมี แก๊สอยู่ใต้ผิว (cracking) ควรนวดเบา ๆ หลังการฉีดเพื่อให้ก๊าซ กระจายตัวสม่ำเสมอ และทำให้กระบวนการสลายตัว ของเซลล์ไขมันดีขึ้น ระยะเวลาในการในการทำต่อครั้งใช้เวลาประมาณ 15 - 30 นาทีเท่านั้น หากจะให้ผลดีควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เมื่อทำติดต่อกันอย่างน้อย 3-5 ครั้ง จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น |