Health Magazine : Hospital Magazine 37 oC

Vejthani Hospital International Medical & Health Care Services, hospital thailand
is one of the most modern private hospitals in Bangkok, Thailand. Internation Hospital in Asia Pacific. We offer full range of medical services in Thailand including skin treatment, dental practices, orthopedic, plastic surgery, face lift, limbs lengthening treatment and More....
   
     
 

“ วัคซีน ” สกัดโรคร้าย-ลดเสี่ยงเชื้อดื้อยา

   
   

 

โรคร้ายแรงบางชนิดที่เรามักได้ยินหรือพบเจอได้บ่อยครั้ง ปัจจุบันมีวิธีป้องกันโรคร้ายเสียแต่เนิ่นๆด้วยวิธีการฉีดวัคซีน ซึ่งแพทย์มักจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะวัคซีนจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หรือช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดโรคและความรุนแรงของโรคได้เป็นอย่างดี สำหรับวัคซีนตัวใหม่ที่น่าสนใจที่ผู้ปกครองควรพาลูกหลานมาฉีดนั้น ได้แก่ วัคซีน IPD วัคซีน Rotavirus และวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น

โรค IPD คืออะไร ทำไมต้องฉีดวัคซีน IPD

‘IPD' คือ โรครุนแรงที่เกิดจากเชื้อหวัดชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นเชื้อหวัดที่มักพบได้บ่อยครั้ง แต่เป็นเชื้อที่ดื้อยามาก ดังนั้นหากผู้ป่วยเด็กติดเชื้อหวัดชนิดนี้ขั้นรุนแรงถึงเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด อาจส่งผลให้เด็กได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต ภายในระยะเวลาไม่ถึงข้ามวัน

โดยปัจจุบันมีการใช้วัคซีน IPD กันอย่างแพร่หลาย เพราะโรค IPD เป็นเชื้อที่พบบ่อยและดื้อยามาก วิทยาการทางการแพทย์จึงพยายามที่จะผลิตวัคซีนป้องกัน และใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วไปในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ยุโรปตะวันตก อเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ซึ่งมีการกำหนดในโปรแกรมการฉีดวัคซีนให้กับเด็กทั่วไป แต่สำหรับในประเทศไทยยังไม่ได้มีการกำหนดหรือบรรจุวัคซีน IPD อยู่ในโปรแกรมการฉีดวัคซีนทั่วไป สำหรับผู้ปกครองที่สนใจสามารถพาเด็กไปรับวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลที่ให้บริการฉีดวัคซีนชนิดนี้

สำหรับจำนวนครั้งที่ฉีดวัคซีนให้เด็กนั้น จะฉีดตามช่วงอายุของเด็ก อาทิ หากฉีดวัคซีนเด็กก่อนอายุ 2 ปี จะฉีดจำนวน 2-4 เข็ม และหลังอายุ 2 ปีฉีดวัคซีนเพียงเข็มเดียว ซึ่งประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันโรค IPD สามารถป้องกันได้ประมาณ 70 % โดยแพทย์แนะนำให้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนเข้าเรียน เพื่อป้องกันการติดเชื้อหวัดชนิดดื้อยานี้ ทำให้อุบัติการณ์ของหวัดชนิดดื้อยาลดลง และง่ายต่อการตอบสนองของเชื้อต่อยาปฏิชีวนะ

 

วัคซีน Rotavirus ช่วยลดความรุนแรงของโรคร้าย

Rotavirus คือ เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง มักเกิดขึ้นในเด็กวัยต่ำกว่า 5-6 ปี ซึ่งมีการติดต่อได้โดยง่ายในเด็กวัยอนุบาลและเด็กเล็กที่ชอบหยิบของเข้าปาก โดยการระบาดของโรคจะเกิดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูหนาว ลักษณะอาการของผู้ป่วยโรคนี้ จะมีอาการท้องเสีย อาเจียนรุนแรง อาจเกิดภาวะช็อกจากการขาดน้ำและเกลือแร่ได้ การให้วัคซีน Rotavirus เพื่อป้องกันเชื้อนี้ สามารถทำได้ง่ายเพียงหยอดวัคซีน 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละประมาณ 2 เดือนในเด็กช่วงอายุ 2-6 เดือน ซึ่งประสิทธิภาพของวัคซีนในป้องกันโรคนี้ จะให้ผลค่อนข้างดีประมาณ 80-90 % เพราะอย่างน้อยวัคซีนก็สามารถช่วยป้องกันความรุนแรงของโรค และลดอุบัติการณ์ของการนอนโรงพยาบาล

 

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ลดเสี่ยง

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มผู้หญิงไทย โดยสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกมากกว่าร้อยละ 95 เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV ( Human Papilloma Virus) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของปากมดลูกจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด ทั้งนี้พบว่าเชื้อ HPV มีอยู่มากกว่า 40 สายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก แต่มีอยู่ 2 สายพันธุ์คือ 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุหลักคือประมาณ 70 % นอกนั้นสายพันธุ์อื่นๆ พบว่าเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ประมาณสายพันธุ์ละ 2-5 %

ดังนั้นวัคซีนที่ประกอบด้วยสายพันธุ์ 16 และ 18 จึงมีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อ 2 สายพันธุ์นี้ได้ 100 % แต่ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้โดยรวม 70 % ส่วนวัคซีนอีกชนิดหนึ่งมี 4 สายพันธุ์คือ 16 , 18 , 6 และ 11 สามารถป้องกันได้ทั้งมะเร็งปากมดลูกและหูดหงอนไก่ โดยจำนวนการฉีดวัคซีน จะฉีดรวมกัน 3 ครั้ง ให้ระยะเวลาห่างกัน 2 และ 6 เดือนตามลำดับ

ทั้งนี้สำหรับวัคซีนที่ให้ผลดีสูงสุดถึง 100 % ต่อสายพันธ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกนั้น แพทย์แนะนำให้ฉีดในหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่อายุระหว่าง 9-26 ปี โดยเฉพาะผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน หากฉีดในหญิงสูงวัยกว่านี้หรือเคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้วประสิทธิภาพการป้องกันจะลดลงเหลือประมาณ 80 %

 

   
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-2734-0000
 
Untitled Document
 
2008 Copy right Hospital Vejthani Hospital.