Health Magazine : Hospital Magazine 37 oC

Vejthani Hospital International Medical & Health Care Services, hospital thailand
is one of the most modern private hospitals in Bangkok, Thailand. Internation Hospital in Asia Pacific. We offer full range of medical services in Thailand including skin treatment, dental practices, orthopedic, plastic surgery, face lift, limbs lengthening treatment and More....
   
     
 
       
   

นพ.ประเดิมชัย คงคำ
อายุรกรรมโรคระบบทางเดินอาหาร-ตับ

   

ประวัติแพทย์  

ปริญญาบัติ
แพทยศาสตรบัณฑิต, คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วุฒิบัติ / ประกาศนียบัตร
- สาขาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- สาขาอายุรศาสตร์ทางเดินอาหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- แพทย์ต่อยอดส่องกล้องชั้นสูง 2008, Indiana University, U.S.A.

สมาชิก/สมาคมทางการแพทย์
- American society of Gastrointestinal Endoscopy (ASGE)
- Thai Association of Gastrointestinal Endoscopy (TAGE)
- สมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่ง ประเทศไทย
- ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
 

การส่องกล้องระบบทางเดินอาหารด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

 
     

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและตับคือ การค้นหาให้พบรอยโรคตั้งแต่เพิ่งเริ่มเป็น ยิ่งพบเร็วเท่าไหร่โอกาสในการรักษาให้หายก็มีมากขึ้นเท่านั้น แต่บางรายเป็นเรื้อรังหาสาเหตุไม่พบว่าต้นตอของโรคอยู่ที่ใด อาจเพราะรอยโรคซ่อนอยู่ในส่วนลึกลับซับซ้อน ซึ่งแม้แต่การส่องกล้องทั่วไปก็ไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงต้องพยายามคิดค้นเครื่องมือและเทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยที่จะเอาชนะ ข้อจำกัดเหล่านั้นให้ได้

   

EUS เพิ่มขีดความสามารถของการส่องกล้อง

การส่องกล้องระบบทางเดินอาหารด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือที่เรียกว่า EUS คือการส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหารด้วยเครื่องมือที่มีลักษณะเป็นกล้องส่องทางเดินอาหารแบบปกติ แต่ที่บริเวณส่วนปลายของกล้องมีเครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงติดอยู่ ดังนั้นนอกจากแพทย์จะได้ข้อมูลเรื่องลักษณะของรอยโรคที่บริเวณผนังของทางเดินอาหารจากการส่องกล้องปกติแล้ว แพทย์ยังสามารถตรวจดูรอยโรคหรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ใต้ผนังเยื่อบุนี้ได้ ดังตัวอย่างที่เห็น ในภาพที่ 1 และภาพที่ 2 จะพบว่าภาพที่ 1

ภาพที่ 1
ภาพที่ 2

เป็นลักษณะรอยโรคที่มองเห็นว่าผนังเยื่อบุทางเดินอาหารมีก้อนเนื้อที่โป่งพองออกมาแต่ไม่สามารถบอกชนิดได้ชัดเจน เพราะรอยโรคที่แท้จริงนั้นอยู่ภายใต้ผนังเยื่อบุและดันผนังเยื่อบุออกมา ซึ่งเมื่อแพทย์ทำการตรวจด้วยเครื่องมือ EUS แพทย์ก็จะสามารถบอกได้ว่าก้อนที่อยู่ภายใต้ผนังเยื่อบุทางเดินอาหารนั้น กำเนิดมาจากผนังชั้นใดของทางเดินอาหารซึ่งจะนำไปสู่การวินิจฉัยโรคที่แน่นอนได้ในที่สุด

เครื่องมือทางรังสีวิทยาหรือเครื่องมือการส่องกล้องที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ไม่สามารถที่จะแยกชั้นของผนังเยื่อบุทางเดินอาหารได้ชัดเจน ยกเว้นกล้อง EUS ซึ่งสามารถแยกผนังของระบบทางเดินอาหารออกเป็นชั้นต่างๆ ได้ ดังในภาพตัวอย่างที่ 2 จะเห็นว่าผนังของเยื่อบุทางเดินอาหารสามารถแยกออกได้เป็น 5 ชั้น และพบว่ารอยโรคที่เรามองเห็นจากการส่องกล้องปกตินั้นกำเนิด มาจากชั้นที่ 1 ในผู้ป่วยรายนี้ผลจากการตัดชิ้นเนื้อพบว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งระบบทางเดินอาหาร โดยทั่วไปในอดีตการรักษามะเร็งระบบทางเดินอาหารจำเป็นจะต้องผ่าตัดกระเพาะออกไปทั้งกระเพาะ หรือเกือบทั้งกระเพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้มะเร็งกลับเป็นซ้ำ แต่เมื่อเราใช้เครื่องมือ EUS ตรวจในผู้ป่วยรายนี้ ก็พบว่ารอยโรคมะเร็ง นั้นจำกัดอยู่เพียง ที่ชั้นที่ 1 จาก 5 ชั้นของระบบทางเดินอาหาร ดังนั้น ผู้ป่วยรายนี้สามารถที่จะเข้ารับ การผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกไปได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการ ผ่าตัดใหญ่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการนำเครื่อง EUS มาใช้ในการรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพแต่ผลข้างเคียงน้อยกว่า

คุณสมบัติและประโยชน์ของ EUS ในการตรวจวินิจฉัยโรค

•  การประเมินมะเร็งในทางเดินอาหาร การประเมินมะเร็งในทางเดินอาหารด้วยเครื่อง EUS นั้นให้ประโยชน์มาก ดังได้กล่าว มาแล้วว่า เครื่อง EUS สามารถแยกระดับของผนังทางเดินอาหารออกได้เป็น 5 ชั้น หรือ 3 ชั้น ขึ้นกับว่าเป็นอวัยวะใด การที่สามารถแยกชั้นได้ชัดเจนเช่นนี้ ทำให้สามารถประเมินได้ว่ามะเร็งที่ผู้ป่วยเป็นนั้นกินลึกไปถึงชั้นไหน ทำให้มีผลต่อการกำหนดการรักษาได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งมะเร็งของหลอดอาหารและลำไส้ใหญ่นั้นการประเมินอย่างมีความแม่นยำทำให้อัตรารอดชีวิตของผู้ป่วยสูงขึ้น หรือในบางครั้งถ้าพบว่ามะเร็งไม่ลึกจนเกินไปก็สามารถที่จะทำการเลาะออกด้วยการส่องกล้องได้เลยโดย ที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้อง เข้ารับการผ่าตัด

•  การประเมินรอยโรคที่อยู่ชั้นข้างใต้เยื่อบุของระบบทางเดินอาหาร โดยปกติการส่องกล้องแบบธรรมดานั้นการตัดชิ้นเนื้อจะตัดทางด้านเฉพาะส่วนบน แต่การทำ EUS นั้นนอกจากบอกได้ว่าก้อนเนื้อมาจากชั้นไหนแล้ว ยังสามารถใช้เข็มผ่านกล้องเจาะเข้าไปที่บริเวณของก้อนเนื้อที่อยู่ใต้ต่อผนังเยื่อบุทางเดินอาหารได้ ทำให้ได้การวินิจฉัยจากผลชิ้นเนื้อ ดังภาพตัวอย่างที่ 1 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าก้อนเนื้อที่พบผ่านทางการส่องกล้องปกติมาจากชั้นทางด้านใต้ แต่ไม่สามารถบอก ได้ว่าเป็นก้อนเนื้อชนิดใด และกำเนิดมาจากผนังชั้นไหน แต่ถ้าใช้ EUS ดูก็จะปรากฏออกมาเป็น ดังภาพที่ 2 ซึ่งสามารถบอกแหล่งกำเนิดของก้อนเนื้อได้ชัดเจน นอกจากนี้ถ้าดูจากลักษณะของกล้องจะพบว่า เข็มนั้นสามารถใส่ผ่านกล้อง EUS เพื่อไปเจาะชิ้นเนื้อได้

•  การประเมินบริเวณตับอ่อนและทางเดินน้ำดี การประเมินตับอ่อนและทางเดินน้ำดี โดยทั่วไปใช้วิธีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือการตรวจโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งให้ข้อมูลได้ดีพอสมควร แต่ในบางกรณีที่ก้อนเนื้อหรือรอยโรคมีขนาดเล็กการใช้ EUS จะสามารถเพิ่มกำลังขยายของภาพได้มาก และอาจค้นพบรอยโรคเพิ่มเติม ซึ่งการตรวจด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตรวจไม่พบ นอกจากนั้น EUS ยังสามารถที่จะทำการสืบค้นในกรณีที่สงสัยว่าผู้ป่วยจะมีนิ่วในท่อทางเดินน้ำดี โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจด้วยวิธีการส่องกล้องทางเดินน้ำดี ERCP ซึ่งวิธีนี้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ในอัตราร้อยละ 5 ถึง 10 หรือ 20 ซึ่งสูงกว่าการตรวจด้วยวิธี EUS เพื่อหานิ่วในท่อน้ำดี ที่มีอัตราการเกิด ภาวะแทรกซ้อนเพียง ร้อยละ 1 ถึง 2 เท่านั้น

•  การประเมินรอยโรคที่ติดอยู่บริเวณหลอดอาหารในช่องทรวงอก ประโยชน์ในข้อนี้หลายคนคงนึกไม่ถึงว่า EUS นั้นสามารถช่วยในการกำหนดระยะของโรคมะเร็งปอดได้ เพราะโดยปกติ EUS เป็นเครื่องมือของแพทย์ในระบบทางเดินอาหาร แต่ก็ยังสามารถใช้ในการแสดงให้เห็นภาพต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ในช่องทรวงอกส่วนกลางที่อยู่ติดกับบริเวณของ หลอดอาหารได้ ในอดีตเมื่อยังไม่มีเครื่องมือ EUS ผู้ป่วยมะเร็งปอดที่สงสัยว่าจะมีการลุกลามมาที่ต่อมน้ำเหลือง การประเมินจะต้องใช้การผ่าตัดเข้าไปหรือต้องใช้กล้องขนาดเล็กเจาะเข้าทางกลางทรวงอกเพื่อที่จะไปตัดชิ้นเนื้อที่ บริเวณต่อมน้ำเหลืองเหล่านั้น แต่ในปัจจุบันถ้าใช้เครื่องมือ EUS แพทย์สามารถทำการประเมินและเจาะชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองผ่านทางหลอดอาหารโดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้อง เข้ารับการผ่าตัด จึงช่วยลดอัตราภาวะแทรกซ้อน ดังนั้น ในกรณีที่ผู้ป่วยมีต่อมน้ำเหลืองในช่องทรวงอก EUS จึงเป็นเครื่องมือที่ดีในการประเมิน

•  การประเมินผู้ป่วยที่มีรอยโรคในบริเวณทวารหนัก ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มีอาการกลั้นอุจจาระไม่ได้และมีอาการท้องเสียเรื้อรัง อาจมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อบริเวณ รอบทวารหนักมีการฉีกขาด เครื่องมือ EUS นั้นสามารถแสดงให้เห็นถึงวงกล้ามเนื้อรอบบริเวณทวารหนักได้ว่ายังอยู่ครบหรือไม่ หรือมีรอยฉีกขาดที่ตำแหน่งใด เป็นมากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจจะเป็นหรือไม่เป็นสาเหตุของการกลั้นอุจจาระไม่ได้ การตรวจในลักษณะนี้ใช้เวลาสั้นและผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวมาก แต่ข้อมูลที่ได้มีประโยชน์มาก และทำให้แพทย์นำข้อมูลไปใช้ในการกำหนดการรักษาได้ถูกต้อง

•  การประเมินต่อมน้ำเหลืองหรือก้อนเนื้อในช่องท้อง ซึ่งอยู่ลึกไปจากบริเวณของผนังทางเดินอาหารและไม่สามารถที่จะทำการเจาะหรือตรวจชิ้นเนื้อผ่านทางหน้าท้องได้ ในกรณีนี้แพทย์สามารถที่จะนำเครื่องมือ EUS สอดเข้าทางปากของผู้ป่วยผ่านทางหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้ เพื่อเข้าใกล้จุดใดจุดหนึ่งของบริเวณที่แพทย์สงสัยได้ จากนั้นแพทย์ก็จะทำการเจาะตรวจชิ้นเนื้อเหล่านั้นออกมาตรวจ วิธีนี้โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำมาก เพราะกล้องนั้นเข้าไปชิดตัวก้อน ตรงข้ามกับการเจาะผ่านทางหน้าท้อง ซึ่งบางครั้งรอยโรคอยู่ลึกมาก ทำให้แพทย์อาจต้องเจาะผ่านทางผิวหนังเข้าไป ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มีต่อมน้ำเหลืองโตในช่องท้อง และไม่แน่ใจว่าต่อมน้ำเหลืองโตด้วยสาเหตุของการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือการเป็นวัณโรค บางครั้งถ้าอยู่ในตำแหน่งที่ลึกเกินไป การที่จะให้แพทย์ทางรังสีวิทยาเจาะให้ได้ชิ้นเนื้อผ่านทางหน้าท้องนั้นก็ทำได้ลำบาก ในกรณีที่ทำไม่ได้ผู้ป่วยก็อาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่ถ้าใช้กล้อง EUS ต่อมน้ำเหลืองเหล่านี้สามารถที่จะได้รับการเจาะชิ้นเนื้อ โดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด

การใช้ EUS เพื่อการรักษา

การใช้ EUS เพื่อการรักษาโรคนั้นมีตัวอย่างมากมาย EUS สามารถเชื่อมต่อท่อน้ำดีเข้ากับระบบทางเดินอาหารได้โดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทางหน้าท้อง ในกรณีที่ผู้ป่วยมีการอุดตันของทางเดินน้ำดีหรือทางเดินอาหาร ผู้ป่วยบางรายสามารถที่จะใช้ EUS เพื่อเป็นเครื่องนำทางและเป็นเครื่องมือในการใส่สายท่อเชื่อมต่อทางเดินอาหารส่วนต่างๆ หรือทางเดินอาหารกับทางเดินน้ำดีได้เลย ซึ่งวิธีนี้ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ และช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยจากโรคได้เช่นกัน

 

ข้อจำกัดของการทำ EUS เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงนั้น ผลหรือความแม่นยำที่ได้จะขึ้นกับประสบการณ์และความรู้ความสามารถของแพทย์ผู้ทำเป็นสำคัญ (Operator Dependent) ไม่เหมือนกับผลตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะ ซึ่งค่าที่ได้เป็นตัวเลขที่ได้รับการกำหนดจากเครื่องมือแปลผลออกมาให้เรียบร้อย แต่การทำ EUS คือการตรวจโดยคลื่นเสียงความถี่สูงชนิดหนึ่ง ที่แพทย์ผู้ทำการส่องกล้องเพื่อตรวจด้วยวิธีนี้จะต้องมีความชำนาญและได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี โดยการฝึกฝนจะต้องมีการเรียนรู้ทั้งในทางทฤษฎี และการเรียนรู้ในทางปฏิบัติ รวมถึงควรมีประสบการณ์ในการรักษาคนไข้มากพอ จึงจะสามารถให้การวินิจฉัยและการรักษาแก่ผู้ป่วยด้วยวิธี EUS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 
 

 

 

 
       

Untitled Document

   
 
 
 
   
 
   
 
   
 
   
 
   
 
   
 
   
 

 
   
 
Untitled Document
 
2008 Copy right Hospital Vejthani Hospital.