TALK TO DOCTORS : Post your Questions   To make an online appointment Plan your visit to Vejthani Hospital
 
 
   
 
         โรคลมชัก เป็นอีกโรคหนึ่งที่สร้างความทุกข์ใจให้กับผู้เป็นพ่อแม่ ที่ประสบปัญหาลูกเป็นโรคลมชัก กังวลว่าลูกจะต้องทนใช้ชีวิตอยู่กับอาการชักที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ และที่สำคัญกลัวว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิตน้อยๆ ของลูก
 
         โรคลมชัก เป็นหนึ่งในความผิดปกติของระบบประสาทที่พบได้ เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันของคลื่นไฟฟ้าสมองที่ออกมาจำนวนมากพร้อมๆ กันทีเดียว จึงทำให้มีอาการแสดงของโรคลมชักเกิดขึ้น

ทำไมจึงเป็นโรคลมชัก
         สาเหตุของโรคลมชักในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่โดยทั่วไปพบว่าสาเหตุของโรคลมชักมักมาจากปัจจัยที่สำคัญเหล่านี้คือ กรรมพันธุ์ หรือการที่สมองเคยได้รับภยันตรายต่างๆ มาก่อน เช่น จากภาวะขาดออกซิเจนขณะคลอด อุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนสมอง เนื้องอกในสมอง หลอดเลือดสมองผิดปกติ การติดเชื้อของระบบประสาท และเด็กบางรายที่มีความผิดปกติทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด เด็กที่เป็นโรคลมชักจากสาเหตุเหล่านี้ มักจะมีพัฒนาการด้านร่างกายและสมองผิดปกติตามมาด้วย นอกจากนี้สภาพแวดล้อมบางอย่างก็สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการชักได้ เช่น แสงไฟ วูบๆ วาบๆ เป็นจังหวะ เป็นต้น
 
โรคลมชักมีอาการอย่างไร
         อาการชักมีหลายชนิด ชนิดที่เกิดบ่อยในเด็กคือ อาการชักทั้งตัว เวลาชักจะเกร็งกระตุกนาน 2-3 นาที โดยตัวเองไม่รู้ตัว จำเหตุการณ์ไม่ได้ คนทั่วไปมักเรียกอาการชนิดนี้ว่า “ลมบ้าหมู”
 
         นอกจากนี้ยังมีอาการชักที่เรียกว่า “ชักเหม่อ” เป็นครู่เดียวไม่เกิน 30 วินาทีก็หาย บางรายมีอาการชักเฉพาะที่แบบรู้ตัว เช่น มีอาการกระตุกที่แขน ขา หรือหน้า ผู้ป่วยจะรู้ตัวและบอกเล่าอาการได้ บางรายอาการชักเป็นแบบทำอะไรซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว ผู้ป่วยบางรายมีอาการชักหลายรูปแบบได้ หลังชักผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดศีรษะ อ่อนเพลีย มึนงง ต้องการพักผ่อน
 
การวินิจฉัยโรคลมชัก
         ข้อมูลการชักของผู้เห็นเหตุการณ์หรือคนใกล้ชิดสำคัญที่สุด เพราะว่าผู้ป่วยที่มีอาการชักบางรายไม่รู้สึกตัว ดั้งนั้นคนที่เห็นเหตุการณ์ต้องสังเกตรายละเอียดว่าผู้ป่วยมีอาการอย่างไรบ้าง มีอาการขณะตื่นหรือหลับ มีอาการนานเท่าไหร่ หลังจากมีอาการผู้ป่วยเป็นอย่างไรมีการกระพริบตา เคี้ยวปาก พูดพึมพำ เกร็ง กระตุกอวัยวะส่วนไหน และคนไข้รู้สึกตัวหรือไม่
 
         ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก การวินิจฉัยโรคลมชักนอกจากประวัติและการตรวจร่างกายแล้ว ยังมีเครื่องมือต่างๆ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) การถ่ายภาพเอกซเรย์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (CT) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็ก (MRI) เพื่อช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย
 
การรักษา
         ปัจจุบันโรคลมชักส่วนหนึ่งสามารถรักษาได้ ตามมาตรฐานทั่วไปจะรักษาโดยการใช้ยากันชัก ผู้ป่วยประมาณ 70-80% สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา ผู้ป่วยต้องรับประทานยาสม่ำเสมอ แต่ก็มีบางรายที่ไม่ตอบสนองต่อยา ปัจจุบันผู้ป่วยโรคลมชักบางชนิดสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด แต่จะต้องได้รับการตรวจโดยแพทย์อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อดูว่าผู้ป่วยเหมาะสมที่จะให้การรักษาโดยการผ่าตัดหรือไม่ แล้วหากเข้ารับการผ่าตัดจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาเหล่านี้อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย
 
 
การรักษาโรคลมชักโดยการผ่าตัด
         มีผู้ป่วยบางรายที่อาจรักษาได้ผลดีด้วยวิธีการผ่าตัด การผ่าตัดจะถูกนำมาพิจารณา ในกรณีที่
  • สามารถระบุตำแหน่งของรอยโรคในสมองที่ทำให้เกิดการชักได้
  • การใช้ยากันชักไม่ได้ผล
  • ตำแหน่งที่เป็นสามารถทำการผ่าตัดได้ โดยไม่ทำความเสียหายให้เนื้อสมองส่วนอื่น
  • ผู้ป่วยไม่มีผลกระทบจากการผ่าตัดเอาเนื้อสมองบางส่วนออก
         นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคลมชักควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการชักมากขึ้น คือการอดนอน ความเครียด ออกกำลังกายมากผิดปกติ แสงกระพริบเป็นจังหวะ เช่น วิดีโอเกม เป็นต้น
 
ทำอย่างไรเมื่อพบเจอผู้ป่วยโรคลมชัก
         ถ้าเห็นผู้ป่วยกำลังชักอยู่ คนใกล้ชิดหรือผู้เห็นเหตุการณ์จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนตะแคง เพื่อป้องกันการสำลักและเพื่อช่วยให้หายใจสะดวก คลายเสื้อผ้าให้รู้สึกผ่อนคลาย และข้อควรระวังคือ อย่าพยายามงัดปาก ล้วงปาก ผู้ป่วยที่กำลังชัก เพราะจะก่อให้เกิดอันตรายมากกว่า อาจจะไปงัดฟันหักหลุดเข้าหลอดลม หรือมือผู้ช่วยเหลืออาจจะถูกกัดได้ และโดยธรรมชาติของผู้ป่วยโรคลมชักทั่วไปจะชักเพียงช่วงสั้นๆ ประมาณ 2-5 นาทีก็จะหยุด แต่ถ้ารายไหนที่ชักนานมากเกิน 5 นาทีขึ้นไป หรือชักซ้ำอีก กรณีนี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล
 
         อาการของโรคลมชักอาจทำให้ผู้พบเห็นเกิดการตกใจได้ ดังนั้น ผู้ช่วยเหลือควรตั้งสติให้ดี การปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมชักที่สำคัญคือ ต้องคำนึงถึงการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นณะเกิดการชัก โดยทั่วไปอาการชักมักหยุดได้เองภายใน 2-3 นาที
 
 
สอบถามเพิ่มเติมที่ี่ Super Kid’s Center
โทร. 0-2734-0000 ต่อ 3310, 3312 และ 3319
 
พญ.กัลยา สุดกรยุทธ์
กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท
ปริญญาบัตร
  • แพทยศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยม) คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
 
วุฒิบัตร
  • สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
 
ประกาศนียบัตร
  • สาขากุมารประสาทวิทยา สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
 
 
Untitled Document
  Thailand Consumers Choice,
   
Thailand Consumers Choice แบรนด์ที่อยู่ในใจมวลชน Consumers Choice หรือ CC เป็นเสมือนตัวชี้วัดความสำเร็จ ของแบรนด์ต่างๆ โดยดูจาก ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในตัวสินค้าและบริการ เฉพาะสาขานั้นๆ โดยมีพื้นฐานมาจากการเก็บข้อมูล
วิจัยขององค์กรอิสระซึ่งอยู่ภายใต้ การจัดการของบริษัท Asian Integrated Media จำกัด ปัจจุบัน Consumers Choice ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ในเอเชียแปซิฟิกและยุโรป และเมื่อเร็วๆ นี้
   โรงพยาบาลเวชธานี ได้รับการ ยืนยันจาก Consumers Choice ถึงการยอมรับของผู้บริโภค แล้วว่า เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในตลาด สาขาสถานพยาบาล ซึ่งประชาชน ให้ความไว้วางใจ และเชื่อมั่นใน คุณภาพการให้บริการ
   
Untitled Document By Thanisara

   

Untitled Document

 
  Call Center : 02-734-0000  Ambulance Service : 0-2734-0001  Fax :0-2734-0008
2012© Hospital Vejthani Hospital 1 Ladprao Road 111, Klong-Chan Bangkapi,Bangkok,Thailand 10240
Webmaster@vejthani.com

   
Vejthani Hospital
 
Thai Language Site english Language Site Japan Language Site Arabic Language Site Bangali Language Site
Deutsch Language Site Chinese Language Site Myanmar Language Site French Language russian Language
 
แนะนำแพคเกจ
Miracle peel
Gold Perfect Mask
โปรแกรมตรวจ Anti-Aging
โปรแกรมตรวจสุขภาพข้อเข่า
 
ปรึกษาแพทย์ Online
อาการของคุณเป็นอย่างไร? เรามีคำตอบ
แน่นหน้าอก หายใจติดขัด
ปวดศีรษะ อาเจียน ง่วงนอน
หัวใจเต้นแรง ร่างกายอ่อนเพลีย
อุจจาระปนเลือด หรือ ปัสสาวะปนเลือด
อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือน