บทความสุขภาพ

เสียงกรนเล็กๆ...ฝันร้าย ทำลายพัฒนาการลูกน้อย

Update : 30 พฤศจิกายน 2558

เสียงกรนเล็กๆ...ฝันร้าย ทำลายพัฒนาการลูกน้อย

         ภาวะนอนกรนในเด็ก (Snoring Children) เสียงกรนเล็กๆ ที่กลายเป็นปัญหาหนักอกของบรรดาคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย ทางการแพทย์ยืนยันว่า ภาวะนอนกรนในเด็กส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกายและสติปัญญาของลูกน้อย หากมีอาการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยอาจมีอันตรายถึงชีวิต
                พญ.มณินทร วรรณรัตน์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก  โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111 ได้ให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในเด็กที่มีนอนกรน คือ เด็กมีต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต  จนเกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจ เกิดการสั่นสะเทือนของโครงสร้างระบบทางเดินหายใจ คือลิ้นไก่และเพดานอ่อนจึงทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น  หรือเกิดอาการแน่นจมูกเรื้อรัง เป็นโรคภูมิแพ้จมูก  หรือในรายมีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกใบหน้าผิดปกติแต่กำเนิด เช่น โรคดาวน์ซินโดรม  โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง  รวมถึงเด็กที่มีรูปร่างอ้วน จะมีไขมันรอบคอมาก ขณะหลับกล้ามเนื้อจะหย่อนตัว  ไขมันรอบคอจะไปกดทางเดินหายใจมากขึ้นก็ทำให้เกิดเสียงกรนได้เช่นกัน
         คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ ว่าลูกมีภาวะนอนกรนที่เป็นอันตรายหรือไม่  เช่น เมื่อลูกหลับแล้วมีเสียงกรนดังเป็นประจำหรือไม่  เสียงนอนกรนขาดๆ หายๆ  มีอาการหายใจเฮือกเหมือนคนขาดอากาศ  หยุดหายใจเป็นช่วงๆ  มีอาการเขียวรอบปากหรือริมฝีปากคล้ำขณะหลับ  นอนหายใจอกบุ๋มท้องโป่ง  หรือในตอนกลางวันมีอาการง่วงนอนมากผิดปกติเหมือนนอนไม่พอ  หงุดหงิดง่าย  ซุกซนมาก อยู่ไม่นิ่ง สมาธิสั้น หรือปัสสาวะรดที่นอนหลังอายุ 5 ปี  อาการเช่นนี้แสดงว่าลูกของคุณอาจอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายจากโรคนี้โดยการสังเกตที่ถูกต้อง ควรสังเกตในช่วงครึ่งตื่นหลัง โดยเฉพาะช่วงใกล้รุ่ง 2.00 – 5.00 น. เพราะเป็นช่วงหลับลึกและแนะนำให้ถ่ายคลิปวิดีโอพร้อมอัดเสียงเมื่อมาพบแพทย์
        ปัจจุบันทางการแพทย์มีแนวทางตรวจวินิจฉัยได้หลายวิธี โดยแพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้นอนกรน เช่น เด็กมีต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โตผิดปกติ  เป็นโรคจมูกอักเสบจากโรคภูมิแพ้   หากอาการไม่ชัดเจนและคุณพ่อคุณแม่ยังไม่แน่ใจว่าลูกมีอาการหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่   แพทย์จะทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)  เพื่อยืนยันว่ามีอาการหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่ และอาการรุนแรงมากแค่ไหน
        สำหรับวิธีการรักษา  หลังจากที่แพทย์วินิจฉัยถึงสาเหตุและความรุนแรงของการนอนกรนแล้ว  แพทย์จะให้การรักษาจากสาเหตุที่ทำให้เกิด เช่น  รักษาภูมิแพ้จมูกอักเสบ  รักษาต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์ที่โตผิดปกติในเด็กโดยการผ่าตัดรักษา   หรือการใช้เครื่องเป่าอากาศขณะหลับ ที่มักใช้ในการรักษาในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก
         อย่างไรก็ตาม ภาวะนอนกรนในเด็ก เป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยปละละเลย  หากพบว่าลูกมีอาการนอนกรน ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที  เพื่อพัฒนาการที่ดีเยี่ยมของลูกน้อย  จะได้ไม่มีฝันร้ายมาทำลายให้สะดุดลง

icon subscribe
กรอกอีเมล์รับข่าวสาร
icon Map
แผนที่
TH
EN
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )