บทความสุขภาพ

“แพ้ยางธรรมชาติ” โรคใกล้ตัวเสี่ยงตายมากกว่าที่คิด

Update : 13 กุมภาพันธ์ 2558

“แพ้ยางธรรมชาติ” โรคใกล้ตัวเสี่ยงตายมากกว่าที่คิด

     โรคภูมิแพ้ นับได้ว่าเป็นโรคที่เป็นกันมากในปัจจุบันทั้งแพ้อากาศ หอบหืด  หรือแม้กระทั่งส่วนประกอบของอาหารบางชนิดก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกันไม่ว่าจะเป็นผลไม้เช่นกล้วยขนุนฯลฯซึ่งบางครั้งอาการแพ้อาจจะรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายแก่ชีวิตการแพ้ผลไม้นั้นเชื่อมโยงไปถึงแพ้ยางพาราธรรมชาติหรือเรียกว่า“ภูมิแพ้ลาเท็กซ์”

นพ.ธนวรรธน์  เครือคล้าย  อายุรแพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก  โรงพยาบาลเวชธานี  กล่าวถึงโรคดังกล่าวว่าภูมิแพ้ลาเท็กซ์เกิดจากการแพ้ “โปรตีนลาเท็กซ์” หรือโปรตีนในน้ำยางธรรมชาติ  ซึ่งเมื่อร่างกายสัมผัสกับยางพาราธรรมชาติซ้ำๆ บ่อยๆ ทำให้ร่างกายมีโอกาสได้สัมผัสกับโปรตีนในยางธรรมชาติผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุของร่างกายส่งผลให้ร่างกายสร้างภูมิต่อยางธรรมชาติและเมื่อร่างกายได้สัมผัสกับยางธรรมชาติอีกในภายหลังจะก่อให้เกิดปฎิกิริยาการแพ้ขึ้นเนื่องจากยางพาราเป็นพืชโปรตีนในยางจึงจะไปคล้ายกับพืชผลไม้บางชนิดเช่นกล้วยอโวคาโดกีวีมันฝรั่งมะเขือเทศเกาลัดมะละกอ ฯลฯ  ทำให้คนที่แพ้ยางธรรมชาติแพ้ผลไม้บางชนิดไปด้วยในภายหลัง
 
     “บางครั้งเราอาจคาดไม่ถึงว่าในชีวิตประจำวันนั้นเราสัมผัสกับยางธรรมชาติมากขนาดไหนไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านรองเท้าถุงมือยางถุงยางอนามัยหนังสติ๊ก  ลูกโป่ง  รวมถึงวัสดุทางการแพทย์ทั้งนี้กลุ่มบุคคลบางอาชีพต้องสัมผัสกับยางธรรมชาติมากเป็นพิเศษเช่นบุคลากรทางการแพทย์ช่างเสริมสวยถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงในการแพ้ยางธรรมชาติมากกว่ากลุ่มอื่น”
 
      สำหรับอาการแพ้นั้น  นพ.ธนวรรธน์ กล่าวว่ามีหลายรูปแบบเช่นการระคายเคืองเป็นผื่นลมพิษซึ่งเกิดขึ้นภายใน10-15นาทีหลังจากสัมผัสยางธรรมชาติในบางรายมีการสูดดมเอาละอองของยางธรรมชาติเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการคล้ายหอบหืดและแพ้อากาศหากมีอาการแพ้รุนแรงกว่านั้นคือเกิดภาวะแพ้แบบอนาไฟแลคซีส (Anaphylaxis) ซึ่งหมายถึงการแพ้ขั้นรุนแรงเช่นทางผิวหนังจะมีผื่นลมพิษหรือผื่นแดงกระจายที่ร่างกายตาบวมปากบวมระบบทางเดินหายใจอาจมีอาการจามคัดจมูกน้ำมูกไหล  แน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวกหายใจมีเสียงวี๊ดส่วนในระบบทางเดินอาหารอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนถ่ายเหลวปวดท้องและในระบบไหลเวียนโลหิตอาจมีอาการความดันตกวูบมึนศรีษะหรืออาจรุนแรงมากจนถึงขั้นหมดสติ        
 
     ส่วนจะรู้ได้อย่างไรว่าแพ้ยางธรรมชาติหรือไม่นั้นนพ.ธนวรรธน์กล่าวว่าผู้ที่สงสัยสามารถมาพบแพทย์เพื่อทำการทดสอบทางผิวหนังโดยการหยดน้ำยาทดสอบหลังจากนั้นจะใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดบริเวณผิวหลังที่หยดน้ำยาทิ้งไว้15-20นาทีแล้วอ่านผลหากมีอาการแพ้ผิวหนังบริเวณที่ทดสอบจะนูนแดงขึ้นหรืออีกวิธีหนึ่งคือการตรวจเลือดหาแอนติบอดีจำเพาะ (Serum specific Ig E) ที่มีปฏิกริยาต่อยางธรรมชาติ
 
     นพ.ธนวรรธน์กล่าวถึงการดูแลรักษาว่า ผู้ป่วยที่แพ้รุนแรงมีอาการหลายระบบทุกรายต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ผู้ป่วยที่มาด้วยอาการแพ้ผลไม้บางชนิด เช่น กล้วย จำเป็นจะต้องนึกถึงการแพ้ยางธรรมชาติด้วย ในขณะผู้ป่วยกลุ่มที่มาด้วยอาการแพ้ยางธรรมชาติก็ต้องเฝ้าระวังการแพ้ข้ามกลุ่มยังผลไม้บางชนิด แพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่ทำจากยางพาราธรรมชาติ  เช่นหนังยางรัดผมรองเท้าแตะสายนาฬิกาถุงยางอนามัยเป็นต้นนอกจากนั้นในด้านผู้ป่วยที่แพ้ยางธรรมชาติหากมีเหตุเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องแจ้งแก่แพทย์และพยาบาลทุกครั้งถึงอาการแพ้เพื่อป้องกันการใช้ผลิตภัณฑ์และวัสดุในการรักษาที่ทำมาจากยางธรรมชาติเนื่องจากในโรงพยาบาลมักจะเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่มียางเป็นส่วนประกอบเช่นถุงมือตรวจโรคจุกปิดขวดยาฉีดสายสวนปัสสาวะเป็นต้น

     ทั้งนี้ในปัจจุบันการแพ้ยางพาราธรรมชาติยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  ผู้ป่วยจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ทำมาจากยางธรรมชาติรวมไปถึงต้องระมัดระวังการรับประทานผลไม้บางชนิด


นพ.ธนวรรธน์ เครือคล้าย
อายุรแพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก
โรงพยาบาลเวชธานี

icon doctors information
คณะแพทย์
icon subscribe
กรอกอีเมล์รับข่าวสาร
icon Map
แผนที่
TH
EN
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )