บทความสุขภาพ

อัลตราซาวด์ ... เทคโนโลยีช่วยส่องทารกในครรภ์มารดา

Update : 09 มิถุนายน 2557

อัลตราซาวด์ ... เทคโนโลยีช่วยส่องทารกในครรภ์มารดา

การตั้งครรภ์ คงเป็นความสุขของคนที่ได้ชื่อว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดง คุณพ่อคุณแม่จะพยายามทำทุกอย่างที่จะบำรุงให้ลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรง และรอวันที่ลูกจะได้ออกมาลืมตาดูโลกอันกว้างใหญ่ แต่คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าในความสุขนั้น ยังคงมีความกังวลแอบแฝงอยู่ด้วยเพราะไม่รู้ว่าลูกที่อยู่ในครรภ์จะเป็นอย่างไร สมบูรณ์ดีหรือไม่หรือมีความผิดปกติที่ตรงไหน แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันที่นำเอาการอัลตราซาวด์มาใช้จึงช่วยลดความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไปได้มาก ซึ่งเรื่องดังกล่าว พญ.จิตรนพิน ดุลยเกษม สูติ-นรีแพทย์ เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ กล่าวว่า การอัลตราซาวด์ถือเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยลดความวิตกกังวลของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ลงได้ในระดับหนึ่ง และการอัลตราซาวด์ยังถือเป็นการสร้างความผูกพันกับทารกในครรภ์ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสัมผัสได้ทางสายตา ซึ่งจากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลใดระบุว่าผลจากการอัลตราซาวด์ตรวจทารกในครรภ์ที่มีมากว่า 50 ปี จะทำให้เกิดความพิการหรือการเติบโตที่ผิดปกติของทารกในครรภ์

   


            พญ.จิตรนพิน กล่าวต่อว่า ในช่วงแต่ละไตรมาสของการตั้งครรภ์ จะมีสิ่งที่ต้องประเมินหลากหลายแตกต่างกัน ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรได้รับการแนะนำให้ตรวจดูความสมบูรณ์ของทารกทุกๆ 3 เดือน หรืออย่างน้อยที่สุดต้องตรวจ 1 ครั้ง ในช่วงสัปดาห์ที่ 18-24 ของการตั้งครรภ์ หรืออาจจะมากกว่านั้นตามความเหมาะสม ซึ่งการอัลตราซาวด์ก็จะมีตั้งแต่ 2 มิติ 3 มิติ และ 4 มิติ ซึ่งการอัลตราซาวด์ในแต่ละมิติจะมีความแตกต่างกัน ซึ่ง การอัลตราซาวด์แบบ 2 มิติ การประมวลผลแสดงเป็นภาพ 2 มิติ จะมีความกว้างและความยาวเป็นภาพแบนๆมักเห็นเป็นสีขาวดำ โดยทั่วไปการอัลตราซาวด์แบบ 2 มิติ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสามารถตรวจวินิจฉัยความพิการแต่กำเนิดได้เกือบทุกชนิด แต่อาจเป็นภาพที่เข้าใจยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่คุ้นชินมาก่อน

 

 

            ส่วนการอัลตราซาวด์แบบ 3 มิติ คือ การอัลตราซาวด์ที่แสดงผลเป็นภาพมีความกว้าง ความยาว และเพิ่มความลึกของภาพให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นสำหรับคนทั่วไป เป็นภาพที่มีความนูนความลึกเสมือนจริง มีประโยชน์ในการวินิจฉัยความพิการแต่กำเนิดบางชนิดได้ดีขึ้น เช่น ความพิการของระบบประสาท ความผิดปกติของพื้นผิว หรือต้องการเก็บข้อมูลเชิงปริมาตร และภาพทารกแบบ 3 มิติ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เห็นหน้าลูกน้อยแบบเสมือนจริงได้ชัดเจนขึ้น

 

 

 

 

 


            สำหรับการอัลตราซาวด์แบบ 4 มิติ จริงๆแล้ว จะเหมือนการอัลตราซาวด์แบบ 3 มิติ แต่จะเพิ่มมิติของเวลาเข้าไปด้วย จึงเห็นเป็นภาพ 3 มิติ ที่เคลื่อนไหวได้นั่นเอง นอกจากจะสร้างความประทับใจที่ได้เห็นลูกน้อยเคลื่อนไหวและแสดงสีหน้าในอิริยาบถต่างๆ ยังมีประโยชน์อย่างมากในการวินิจฉัยความพิการแต่กำเนิดที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะระบบที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาอีกด้วย เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางชนิดที่วินิจฉัยได้ยากจากภาพ 2 มิติ การเคลื่อนไหวของแขนขา/ข้อต่อที่ผิดปกติ เป็นต้น

ทั้งนี้ การอัลตราซาวด์แบบ 2 มิติ และ 3 มิติ สามารถตรวจได้ในทุกอายุครรภ์ ส่วนการอัลตราซาวด์แบบ 4 มิตินั้น จะได้ภาพที่ชัดเจนและตรวจได้ง่ายในช่วงอายุครรภ์ 24-32 สัปดาห์ นอกจากนี้ความสมบูรณ์ของภาพยังขึ้นกับปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น ท่าของทารกในครรภ์ ความหนาของผนังหน้าท้องคุณแม่ และปริมาณน้ำคร่ำ

            พญ.จิตรนพิน กล่าวด้วยว่า ประโยชน์ของการอัลตราซาวด์มิได้มีเพียงแค่ดูความผิดปกติและสร้างสัมพันธ์ทางสายตาระหว่างคุณพ่อคุณแม่และทารกในครรภ์เท่านั้น แต่การอัลตร้าซาวด์ยังมีประโยชน์อีก 7 ข้อ ได้แก่

1.เป็นการยืนยันการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูกและกำหนดอายุครรภ์ที่แน่นอน
2. ยืนยันการมีชีพของทารก
3. วินิจฉัยและประเมินครรภ์แฝด
4. ประเมินความผิดปกติของมดลูกและรังไข่
5. ประเมินความพิการแต่กำเนิดบางชนิดของทารก
6. ประเมินการเจริญเติบโต การเคลื่อนไหว และพัฒนาการที่เหมาะสมในแต่ละอายุครรภ์
7. ระบุตำแหน่งรกและหาสาเหตุของภาวะเลือดออกขณะตั้งครรภ์
8. ประเมินปริมาณน้ำคร่ำ อีกด้วย




จิตรนพิน  ดุลยเกษม พญ.

(สูติ-นรีแพทย์ เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์)
 
โรงพยาบาลเวชธานี

icon subscribe
กรอกอีเมล์รับข่าวสาร
icon Map
แผนที่
TH
EN
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )