บทความสุขภาพ

'IUI’ ความหวังแห่งชีวิตใหม่ ที่ปลอดภัยและได้ผลดี

Update : 24 มกราคม 2557

'IUI’ ความหวังแห่งชีวิตใหม่ ที่ปลอดภัยและได้ผลดี

        ปัจจุบันพบว่าคู่สามีภรรยาที่ประสบปัญหามีบุตรยากมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น สาเหตุหนึ่งอาจมาจากรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป การแต่งงานช้า ภาวะเครียด ฯลฯ ดังนั้น เทคโนโลยีเกี่ยวกับเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ต่างๆ จึงถูกนำเข้ามาช่วยในการรักษาภาวะมีบุตรยาก และวิธี การฉีดเชื้อผสมเทียมในโพรงมดลูก (Intrauterine Insemination-IUI) หรือเรียกกันสั้นๆว่า “IUI”เป็นวิธีช่วยการเจริญพันธุ์วิธีหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้ผลดีในระดับหนึ่ง ปลอดภัย และเสียค่าใช้จ่ายไม่มาก

        ก่อนที่จะรู้จักวิธีช่วยการเจริญพันธุ์ IUI อย่างละเอียด เราควรทำความเข้าใจกับภาวะมีบุตรยากกันก่อน ภาวะของการมีบุตรยากคือ การที่ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันโดยไม่ได้คุมกำเนิดและมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปีแล้วยังไม่มีการตั้งครรภ์ก็จะถือว่ามี “ภาวะมีบุตรยาก” เกิดขึ้น โดยทั่วไปแล้วสาเหตุของภาวะนี้อาจเกิดได้จากทั้งฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง หรืออาจเกิดจากทั้งสองฝ่ายร่วมกัน โดยปกติคู่สมรส 100 คู่ จะมีภาวะมีบุตรยาก 10-15% ดังนั้นเมื่อคู่สมรสทราบว่าตนเองมีภาวะนี้เกิดขึ้นแล้ว ควรเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาภาวะนี้ต่อไป

        การฉีดเชื้อผสมเทียมในโพรงมดลูก (IUI) คือ การฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรงโดยใช้ท่อพลาสติกเล็กๆ สอดผ่านปากมดลูกแล้วฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในช่วงที่มีหรือใกล้กับเวลาที่มีไข่ตก การทำ IUI จึง

         วิธีนี้จะมีการเตรียมน้ำอสุจิ โดยคัดเอาเฉพาะตัวอสุจิที่ยังมีชีวิตและเคลื่อนที่ได้ดีแล้วนำไปฉีดในโพรงมดลูก โดยที่ตัวอสุจิไม่ต้องว่ายผ่านปากมดลูก ทำให้มีตัวอสุจิที่เคลื่อนไหวจำนวนมาก เข้าไปในโพรงมดลูก และพร้อมที่จะผสมกับไข่ ดังนั้นการทำ IUI จึงมักทำกับคู่สมรสที่หาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากไม่พบ ฝ่ายชายที่มีเชื้ออสุจิต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการหลั่งอสุจิในช่องคลอด หรือฝ่ายหญิงที่มีปัญหาเรื่องภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) มีปัญหาเรื่องการตกไข่ เป็นต้น ยกเว้นในกรณีมีการอุดตันของปีกมดลูกทั้งสองข้างหรือเชื้ออสุจิมีคุณภาพต่ำมาก

ถึงตอนนี้ท่านทั้งหลายคงอยากทราบถึง ขั้นตอนต่างๆในการรักษา การปฏิบัติตัวระหว่างและหลังการทำ IUI และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือ โอกาสที่จะประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใด ซึ่งผมจะนำเสนอต่อไปครับ
 

  • ขั้นตอนในการเตรียมฝ่ายหญิง ไม่ยากเลยครับขั้นแรกแพทย์จะทำการกระตุ้นรังไข่ให้มีการเจริญเติบโตของฟองไข่ในรอบเดือนนั้น ๆ หลาย ๆ ใบ โดยใช้ยาฉีดหรือยารับประทานซึ่งมักจะเริ่มในวันที่ 3 ของรอบเดือน หลังจากนั้นจะมีการนัดตรวจอัลตร้าซาวด์ เพื่อติดตามดูขนาด จำนวนของฟองไข่ และความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก เมื่อฟองไข่มีขนาดพอเหมาะ แพทย์จะทำการฉีดยากระตุ้นให้มีการตกไข่ หลังจากนั้นประมาณ 36-40 ชั่วโมงจะเป็นเวลาที่มีการตกไข่ แพทย์จะทำการนัดอีกครั้งเพื่อทำการฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูกในวันที่ไข่ตก เห็นไหมครับว่าการทำ IUI นั้นไม่ยากอย่างที่คิดนะครับใช้เวลามาพบแพทย์เพียง 3 ครั้งต่อการทำในรอบหนึ่งๆเท่านั้น
  • ส่วนขั้นตอนในการเตรียมอสุจิของฝ่ายชายนั้นง่ายกว่าฝ่ายหญิงเสียอีกครับ โดยที่ฝ่ายชายต้องมาพบแพทย์ในวันที่นัดทำ IUI และจะต้องงดเพศสัมพันธุ์ 2-7 วัน เพื่อเก็บน้ำอสุจิ แล้วนำมาส่งภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญจะนำอสุจิที่ได้มาทำการคัดกรอง เลือกเฉพาะตัวอสุจิที่ยังมีชีวิตและเคลื่อนไหวดี เพื่อให้แพทย์นำมาฉีดกลับเข้าไปในโพรงมดลูก ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาเตรียมประมาณ 1-2 ชั่วโมง (หากฝ่ายชายมีธุระต้องทำก็สามารถไปทำได้เลยภายหลังจากทำการเก็บเชื้ออสุจิเสร็จสิ้นโดยไม่ต้องรอ)
  • ขั้นตอนการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายๆท่านคิดนะครับ เพราะเมื่อเตรียมอสุจิเรียบร้อยก็จะนำเอาน้ำเชื้ออสุจิบรรจุลงในท่อพลาสติกปราศจากเชื้อขนาดเล็กๆ แล้วแพทย์จะทำการสอดท่อขนาดเล็กนี้ผ่านปากมดลูกอย่างนุ่มนวล จากนั้นจึงทำการฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในโพรงมดลูก ดังรูป โดยใช้เวลาในการทำไม่กี่นาที ไม่เจ็บ และหลังทำ IUI แล้วท่านสามารถปฏิบัติตัวได้ตามปกติ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

        มาถึงตอนนี้คงจะเริ่มสงสัยแล้วว่าหลังทำ IUI จะปฏิบัติตัวอย่างไร โดยทั่วไปแล้วหลังฉีดเชื้ออสุจิจะให้นอนพักประมาณ 30 นาทีแล้วให้กลับบ้านได้ งดเพศสัมพันธ์ในวันที่ทำ IUI และหลังจากนั้นสามารถมีเพศสัมพันธุ์ได้ตามปกติ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ แล้วจะมีการนัดหมายเพื่อมาตรวจการตั้งครรภ์ภายหลังทำการฉีดอสุจิในระยะ 2 สัปดาห์
        เรื่องสุดท้ายที่จะกล่าวซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านอยากจะทราบก็คือ “อัตราการตั้งครรภ์ภายหลังการฉีดเชื้อผสมเทียมในโพรงมดลูก” โดยทั่วไปแล้วอัตราความสำเร็จของการกระตุ้นให้มีการตกไข่และการทำ IUI อยู่ระหว่าง 10 – 20 เปอร์เซ็น ต่อรอบการรักษา ซึ่งมีข้อมูลจากการศึกษาในผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ พบว่าในการทำ IUI จะมีโอกาสตั้งครรภ์มากกว่าโอกาสตั้งครรภ์โดยรอบธรรมชาติประมาณ 2 เท่า แต่ถ้าทำการ IUI ร่วมกับกระตุ้นรังไข่ด้วยยารับประทานจะโอกาสมากขึ้นประมาณ 3 เท่า และถ้ากระตุ้นรังไข่ด้วยยาฉีดจะโอกาสมากขึ้นเป็น 4-6 เท่าเมื่อเทียบกับรอบธรรมชาติ

โดยที่อัตราการประสบความสำเร็จของการฉีดเชื้อผสมเทียมในโพรงมดลูกจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างคือ อายุของฝ่ายหญิง จำนวนไข่ที่สมบูรณ์พอที่จะทำให้เกิดการปฏิสนธิได้ ความเข้มข้นของจำนวนอสุจิที่ใช้ฉีดเข้าไปในโพรงมดลูก และความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกในวันที่ฉีดอสุจิ แต่อย่างไรก็ตามแพทย์จะทำการควบคุมปัจจัยดังกล่าวให้เหมาะสมที่สุด เพื่อจะได้มีโอกาสในการตั้งครรภ์สูงสุด

        โดยสรุปแล้วการทำ IUI เป็นวิธีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายวิธีหนึ่ง มีอัตราความสำเร็จมากพอสมควร ปลอดภัย และเสียค่าใช้จ่ายไม่มาก แต่หากทำวิธีข้างต้นแล้วฝ่ายหญิงยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แพทย์จะนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์วิธีอื่นมาใช้ในการรักษาต่อไป เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว การทำอิ๊กซี่ เป็นต้น


โดย นายแพทย์ธีรยุทธ์ จงวุฒิเวศย์
สูติ – นรีแพทย์ เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลเวชธานี

icon subscribe
กรอกอีเมล์รับข่าวสาร
icon Map
แผนที่
TH
EN
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )