บทความสุขภาพ

ผิวหนังแพ้อะไร หาสาเหตุได้ ด้วย Patch Test

Update : 23 มกราคม 2557

ผิวหนังแพ้อะไร หาสาเหตุได้ ด้วย Patch Test

 

        ผู้ที่มีปัญหาผื่นผิวหนังอักเสบ ที่เกิดจากการสัมผัสสารกระตุ้นจากภายนอกร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดการแพ้สัมผัส มักจะมีอาการเป็นผื่นแดง แห้งลอก หรือตุ่มน้ำบริเวณที่สัมผัสกับสิ่งที่แพ้โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร ทำให้หลายๆ รายต้องเผชิญกับผื่นเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ปัจจุบันเราสามารถทดสอบหาสาเหตุของผื่นแพ้สัมผัสได้ โดยการทำ Patch Test ซึ่งเมื่อพบสาเหตุ และสามารถหลีกเลี่ยงสาเหตุนั้นได้ อาการผื่นแพ้สัมผัสก็จะสามารถหายขาดได้

 
       พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล อายุรแพทย์โรคผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวถึง Patch Testว่าเป็นการทดสอบผื่นแพ้ที่เกิดจากการสัมผัสสารที่เป็นสาเหตุ ซึ่งพบได้บ่อย เช่น ถุงมือยาง โลหะนิเกิล สีย้อมผม และสารที่ใช้ในการย้อมสี สารกันบูด น้ำหอม เป็นต้น เป็นการทดสอบเพื่อยืนยันการแพ้และตำแหน่งที่เกิดผื่นที่สงสัยว่าเป็นผื่นแพ้สัมผัส เช่น การแพ้โลหะนิเกิลมักมีผื่นที่ติ่งหูจากการแพ้ต่างหู การแพ้สารกันบูดที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์กันแดดและครีมบำรุงผิวทุกชนิด แม้กระทั่งการแพ้สารกันแดดบางชนิด  หรือการแพ้น้ำหอมที่ผสมอยู่ในเครื่องสำอาง มักมีผื่นที่บริเวณผิวหน้า การแพ้อาจมีสาเหตุมาจากสารมากกว่าหนึ่งชนิด
 
       การทำ Patch Test สามารถทดสอบสารที่ต้องสงสัยได้มากถึง 24 ชนิดพร้อมกัน ทั้งนี้เพื่อบ่งชี้สารที่เป็นสาเหตุของอาการที่แท้จริง Patch Test ทำได้ง่าย สะดวก และไม่มีอาการเจ็บปวดระหว่างที่ทำ
       

การเตรียมตัวก่อน ระหว่าง และหลังการทำทดสอบ Patch Test

 
  • ควรนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ หรือสงสัยว่าอาจเป็นสาเหตุของอาการแพ้ เช่น ครีม ยาทา หรือเครื่องสำอางมาด้วย พร้อมบรรจุภัณฑ์และฉลาก
  • ปิดแผ่นพลาสเตอร์ที่มีสารที่จะทำการทดสอบทิ้งไว้บริเวณแผ่นหลังเป็นเวลา 48 ชั่วโมง หลังจากนั้นแพทย์จะนัดพบเพื่ออ่านผลครั้งแรก และจะนัดพบครั้งที่สองเมื่อครบ 96 ชั่วโมง ในกรณีที่สงสัยสารก่อภูมิแพ้บางชนิด ต้องมาพบแพทย์เพื่อทำการอ่านผลการทดสอบในวันที่ 7 เพิ่มเติม
  • ระหว่างระยะเวลาที่ทำการทดสอบ ควรระวังไม่ให้ผิวหนังเปียกน้ำหรือได้รับความชื้น โดยปกติมักปิดแผ่นพลาสเตอร์ที่บริเวณแผ่นหลัง แต่บางครั้งอาจปิดที่บริเวณแขน กรณีทดสอบสารไม่กี่ชนิด
  • ขณะทำการทดสอบ ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เช่น การเล่นกีฬา
  • ขณะทำการทดสอบ อาจมีอาการคันหรือระคายเคืองบ้างเล็กน้อยบริเวณที่ทำการทดสอบ ซึ่งเกิดจากสารเคมีที่เป็นสาเหตุทำปฏิกิริยาให้เกิดผื่นแพ้เล็กๆ บริเวณที่ทำการทดสอบ
  • งดทำการทดสอบ Patch Testในสตรีมีครรภ์
  • กรณีผู้ที่ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ ควรงดยาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก่อนการทดสอบ เพราะสเตียรอยด์มีผลกดภูมิคุ้มกัน ทำให้ผลการทดสอบคลาดเคลื่อน
  • หลังทำการทดสอบเสร็จแล้ว แพทย์จะแจ้งผลให้ทราบว่าเกิดจากสารเคมีชนิดใด พบในผลิตภัณฑ์ชนิดใดบ้าง และแนะนำวิธีการปฏิบัติตัว การหลีกเลี่ยง และการป้องกันการสัมผัสสารเคมีเหล่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดผื่นแพ้สัมผัสขึ้นมาอีก
อย่างไรก็ตาม พญ.ดวงกมล แนะนำว่า ผู้ที่สงสัยว่าตนอาจมีปฏิกิริยาไวต่อสารก่อภูมิแพ้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา เนื่องจากต้องอยู่ในความดูแลและการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อค้นหาสารซึ่งเป็นสาเหตุแห่งการเกิดผื่นแพ้ที่ผิวหนังได้
 

สอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์ผิวหนัง เลเซอร์และความงาม

โทร. 0-2734-0000 ต่อ 4200, 4204
 

ดวงกมล  ทัศนพงศากุล  พญ.

พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล

ตจวิทยา (ผิวหนัง)

 

icon subscribe
กรอกอีเมล์รับข่าวสาร
icon Map
แผนที่
TH
EN
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )