บทความสุขภาพ

หมอนรองกระดูกเสื่อมกับอาการปวดหลังเรื้อรัง

Update : 08 กุมภาพันธ์ 2559

หมอนรองกระดูกเสื่อมกับอาการปวดหลังเรื้อรัง

            “หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม (Degenerative disc)” เป็นภาวะที่สามารถพบได้ในผู้สูงอายุ        ที่มีความเสื่อมเกิดขึ้นในร่างกายตามวัยที่สูงขึ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่า อาการปวดหลังเรื้อรังนั้นพบมากขึ้นในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ 25 – 50 ปี โดยพบว่าในกลุ่มช่วงอายุนี้นั้นมีอัตรการเกิดภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมนี้สูงที่สุดอีกด้วย

สาเหตุ ที่ทำให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม

ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม เกิดจากสาเหตุสำคัญ 3ประการหลัก คือ
  1. การสึกหรอตามอายุการใช้งาน เช่น นั่งนานๆ โดยไม่เปลี่ยนอริยาบท นั่งขับรถเป็นระยะทางไกลๆ เป็นประจำ
  2. การยกของหนัก
  3. เกิดภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมจากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ซึ่งเชื่อว่ามีผลทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงบริเวณหมอนรองกระดูกน้อยลง ส่งผลให้กระดูกเสื่อมเร็วก่อนเวลาอันควร เหล่านี้เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดหลังทั้งสิ้น

การสังเกตอาการหมอนรองกระดูกเสื่อม เบื้องต้น

       อาการที่แสดงว่าหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมที่เห็นเด่นชัดคือ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณเอว ลักษณะอาการปวดจะตื้อๆ ระดับเอวอาจร้าวลงมาที่บริเวณกล้ามเนื้อด้านข้างของหลังและสะโพก ซึ่งอาการปวดจะมีส่วนสัมพันธ์กับการใช้งาน เช่น มีอาการปวดเมื่อนั่งนาน ขับรถนาน  ยืนนาน หรือเดินนาน บางรายอาจนั่งได้เพียง 10-15 นาทีก็จะมีอาการ แต่เมื่อนอนพักอาการปวดจะทุเลาลง ส่วนผู้ป่วยภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมที่มีอาการกดทับเส้นประสาทมากจะมีอาการปวดร้าวลงขา บางรายมีอาการชาและอ่อนแรงของขาหรือเท้าตามเส้นประสาทส่วนที่ถูกกดทับ

การวินิจฉัยและการรักษาภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม

       แพทย์ผู้รักษาจะเป็นผู้วินิจฉัยจากการถามอาการและการตรวจร่างกายผู้ป่วย บางครั้งอาการของโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมอาจจะคล้ายกัน มีความจำเป็นต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการวินิจฉัย ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีทำให้การวินิจฉัยนั้นแม่นยำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือด การตรวจเส้นประสาท การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจเอกซเรย์คลื่นสนามแม่เหล็ก เป็นต้น
 
        นอกจากการพัฒนาในด้านการวินิจฉัยแล้ว การพัฒนาด้านการรักษาก็ควบคู่กันไป เมื่อเราทราบสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ทราบตำแหน่งของปัญหา ทำให้เราสามารถหาตำแหน่งเป้าหมาย ที่จะแก้ไขโดยไปรบกวนอวัยวะข้างเคียงที่ไม่จำเป็นน้อยที่สุด จึงมีการพัฒนาการผ่าตัดที่ใช้กล้องเข้ามาช่วย โดยเฉพาะโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่ปวดหลังเรื้อรัง จากโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม สามารถรักษาด้วย การผ่าตัดโดยใช้กล้องเข้ามาช่วย มีทั้งแบบที่สอดกล้องเข้าไปในร่างกาย และการใช้กล้องช่วยผ่าตัดอยู่ด้านนอก ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย
 เมื่อวินิจฉัยโรคถูกต้องมากขึ้น เทคโนโลยีและเทคนิคการผ่าตัดรักษาดีขึ้น อัตราการหายของผู้ป่วยก็สูงขึ้น และผลข้างเคียงจากการรักษาลดลง
 
        อย่างไรก็ดี แม้ว่าสิ่งต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมา จะช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังให้ดีขึ้นได้ แต่การป้องกันไม่ให้มีอาการปวดหลัง น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
สำหรับการป้องกันหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม  คือการใช้หลังในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรงสามารถช่วยพยุงให้สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติและควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรค ได้แก่  การสูบบุหรี่ การใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องนั่งนานๆ การใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานมากขึ้น รวมถึงการขับรถระยะทางไกล การยกของหนัก น้ำหนักตัวที่มากขึ้น เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญทำให้เกิดโรค
 
        ดังนั้น เมื่อคุณมีอาการปวดหลังและร้าวลงขาเป็นเวลามากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการรักษาก่อนที่จะมีอาการปวดมากขึ้นเนื่องจากหมอนรองกระดูกเสียหายมากขึ้น ทำให้ยากต่อการรักษาตามไปด้วย

icon subscribe
กรอกอีเมล์รับข่าวสาร
icon Map
แผนที่
TH
EN
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )
Vejthani Hospital Map ( Thai Version )